<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346</id><updated>2011-04-21T20:20:56.604+01:00</updated><title type='text'>Just the way I am</title><subtitle type='html'>จะมีใครซักกี่คน.. ที่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
จะมีใครซักกี่คน... ที่อยากรู้จักตัวของตัวเอง มากกว่ารู้จักผู้อื่น</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>45</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-115722068288441516</id><published>2006-09-02T18:11:00.001+01:00</published><updated>2006-09-02T19:11:22.916+01:00</updated><title type='text'>ความดีที่ไม่ถูกตีตรา</title><content type='html'>โดย.. ไหมทะเล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เช้าวันนี้ อากาศแจ่มใสหลังจากที่ฝนตกพรำติดๆ กันหลายวัน ลำดวนและสามีจึงพาลูกน่ารักสองคนไป เดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน &lt;br /&gt;...เพราะ ไม่บ่อยนักที่จะได้สัมผัสแสงแดดอุ่นยามเช้า เรียกได้ว่านับครั้งได้ในรอบปี แม้ในฤดูร้อนเช่นนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนปล่อยลูกๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน บนพื้นหญ้าเขียวนุ่มราวกับพรม ที่มองทีไรทำให้เธอคิดถึง ท้องทุ่งเขียวขจี เมื่อหน้านา &lt;br /&gt;...ละสายตาที่คอยระแวดระวังทุกย่างก้าวของลูกน้อยทั้งสอง เมื่อเห็นว่า พ่อของลูกคอยไประวังระไวอยู่ใกล้ๆ ลำดวนจึงพอจะมองนั่นมองนี่ตามสบายได้บ้าง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พลันก็ สะดุดตาสาวใหญ่นางหนึ่งที่กำลังนั่งทอดกายอาบแสงแดดยามเช้า อยู่บนเนินหญ้าเตี้ยๆ เนื่องจากหน้าตาดูคล้ายจะเป็นคนไทย แต่ลำดวนยังไม่แน่ใจนัก เพราะเคยสับสน มาแล้วกับสาวญี่ปุ่น หรือจีนไต้หวันเปรี้ยวๆ ที่แต่งเนื้อแต่งตัวกันเก่งๆ เป็นแฟชั่น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สาวคนนี้ก็เช่นกัน หล่อนย้อมผมไว้ เป็นสีน้ำตาลอ่อนเหลือบทองเห็นชัดเป็นสองสี ตัดกับคิ้วดำซึ่งเป็นสีธรรมชาติเดิมอย่างชัดเจน ทั้งยัง แต่งตัวเหมือนสาวรุ่น สวมเสื้อสายเดี่ยวสีแดงสะดุดตากับกางเกงยีนส์มีราคา รูปร่างผอมเพรียวนั้นชวนมอง &lt;br /&gt;...หากใบหน้าที่พยายามตกแต่งไว้ประณีตแนบเนียนนั้นก็ยังไม่อาจปิดริ้วรอยแก่กร้านของวัยที่บ่งว่า เธอน่าจะ มีอายุพ้นสามสิบห้าไปนานแล้วได้ &lt;br /&gt;...เมื่อสบตากัน สาวนางนั้นก็เมินมองไปทางอื่น ใบหน้าอันปราศจากรอยยิ้มเยือนแบบคนไทยอย่างที่ควรจะมี ทำให้ลำดวนเกือบปักใจเชื่อแน่ว่า หล่อนคงจะเป็นสาวเอเชียนชาติอื่นเป็นแน่แท้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หากเมื่อ หล่อนยกโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องจิ๋วขึ้นมาคุยเสียงแจ้วๆ เป็นภาษาไทยอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ลำดวนนึกยินดีว่า เจอคนไทยเข้าแล้ว ในเมืองเล็กๆ ชานเมืองหลวงเช่นนี้&lt;br /&gt;...เมื่อได้เจอคนมาจากแผ่นดินผืนเดียวกัน เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปทักทายเมื่ออีกฝ่ายพูดโทรศัพท์เสร็จแล้ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลำดวนยิ้มซื่อ เดินเข้าไปแนะนำตัวซื่อๆ ตามแบบฉบับของเธอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“คุณ ๆ สวัสดี ฉันเป็นคนไทยเหมือนกัน ชื่อลำดวน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...น้ำเสียงตื่นเต้น และเร็วรัวของลำดวน ทำให้แม่สาวหันขวับมามอง กราดสายตามองลำดวนจากหัว จรดปลายเท้า แล้วพยักหน้าช้าๆ ตอบเบาๆฟังพอได้ความว่า “...ชื่อแพนซี่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็เรียกหล่อนว่า "แพนซี่" หล่อนไม่ได้ขยายความว่า เดิมชื่อไทยหล่อนคือ แพน &lt;br /&gt;...หากเมื่อ ได้สามีต่างชาติ จึงเปลี่ยนชื่อเสียงให้ฟัง “อินเตอร์” ยิ่งขึ้น ดอกแพนซี่ ฟังโก้กว่าบัวแพนเป็นไหนๆ เดี๋ยวนี้ คนในสังคม “ไฮโซฯ” ทั้งหลาย ก็มีแต่ชื่อเป็นฝรั่ง เก๋ๆ ทั้งนั้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนมัวแต่ลิงโลด ที่จะได้เพื่อนใหม่ ไม่นึกสะดุดใจกับสายตาแปลกๆคู่นั้น ที่กราดมองเธอตั้งแต่ หัวจรดเท้าแต่แรก ลำดวนเป็นคนซื่อและไม่คิดซับซ้อน ก็คิดเอาเองว่าแม่สาวนั่นคงจะรู้สึกเช่นเดียวกัน คือ ยินดีที่ได้เจอคนไทยด้วยกัน หล่อนจึงถามต่อไปด้วยความตั้งใจจะประสานไมตรี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มากับใครล่ะ เออ ชื่ออะไรอีกทีนะ แพนเหรอ ฉันน่ะมากับผัว แล้วก็ลูกสองคน โน่นแน่ะ วิ่งเล่นอยู่ทางโน้น”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนเห็นหล่อนทำสีหน้าอย่างหนึ่ง คล้ายตกใจหน่อย ๆ แล้วแพนซี่ตอบเน้น ๆ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แพนซี่ค่ะ ฉันมากับสามีและลูก”&lt;br /&gt;...พร้อมกันนั้น หล่อนก็เมินมองไปทางที่ลำดวนชี้ หนุ่มผมทองตัวสูงผึ่งผาย มีลูกตัวเล็กขี่อยู่บนคอ อีกมือกำลังผลักชิงช้าให้ลูกคนโตอยู่ไปมา หูแทบไม่ได้ยินคำถามของลำดวนที่พยายามชวนคุยต่อไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“มาอยู่นานแล้วเหรอ ฉันน่ะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานหรอก ก่อนนี้ ผัวเขาทำงานอยู่เมืองไทย หมดสัญญา ผัวต้องย้ายกลับมาก็เลยหอบลูกเต้าตามกันมาหมด เฮ่อ คิดถึงบ้านนะ ที่ไหนก็ไม่สบายอย่างบ้านเรา ว่าไหม?”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่ ทำสีหน้านิดหนึ่งเพื่อให้รู้ว่าไม่เห็นด้วย แต่ก็ตอบไปอีกทาง&lt;br /&gt;“ไม่รู้สินะ ฉันคงชินน่ะค่ะ เพราะอยู่มานาน เรียนจบที่นี่ พอคุณเกร็กเขาขอแต่งงาน ก็พอดีได้อยู่ที่นี่ ฉันชอบ ดีกว่าอยู่ เมืองไทยเป็นไหนๆ”&lt;br /&gt;...แพนซี่ ยกมือที่สวมแหวนเพชรพราวขึ้นแตะผมยาวที่ซอยเซ็ทไว้เป็นทรงทันสมัย ราวกับเกรงว่าลมจะตี ให้เสียทรง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แดดยามสายเริ่มจัด ทำให้ลำดวนต้องหยิบหมวกแก๊ปปีกกว้างของสามีขึ้นมาสวม เบี่ยงปีกหมวก ให้กันแสงแดดแยงตา &lt;br /&gt;...เมื่อเห็นดังนั้น แพนซี่ก็หยิบแว่นกันแดดอันโตขึ้นมาสวม ลำดวนมองอย่างทึ่ง แว่นสีแดงสลับ ขาวแต่งกรอบด้านข้างด้วยตัวอักษรสองตัวไขว้กันไปมา มีเพชรเทียมประดับดูมีราคา จึงชมออกไปอย่างที่ใจคิด&lt;br /&gt;“แหม ใส่แว่นสวย ฉันน่ะ ไม่กล้าใส่หรอก เดี๋ยวหมาไล่ฟัด” &lt;br /&gt;...ว่าแล้วหล่อนก็หัวเราะฮ่าๆ นึกภาพตัวเองใส่แว่นชนิดเดียวกันว่าคงออกมาไม่เข้าท่า ลำดวนเองไม่เคยนึก กล้าใส่ของแบบนี้ จึงได้แต่ชื่นชมคนที่ใส่แล้วดูดี เพราะแม้ว่าจะเห็นว่ามันสวยดี แต่คงไม่เข้ากับบุคคลิกตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หล่อนไม่ทันเห็นสีหน้าของแพนซี่จึงพูดจ้อต่อไป&lt;br /&gt;“คุณไม่อยากกลับเมืองไทยเหรอ ฉันสิ ย้าก อยากกลับ เห็นฝรั่งที่นี่ ก็อยากจะไปเที่ยวเมืองไทยกันทั้งนั้นนะ ผัวฉันก็ยังเสียดายที่หมดสัญญาทางโน้น ที่พัทยานะ ฝรั่งยาจกบางคนเขายังเก็บเงินเก็บทองกันทั้งปี จะได้กลับไป นอนตากแดดนานๆ ที่เมืองไทยไงล่ะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนหันไปโบกมือให้ลูกสาวคนโตแล้วก็พูดต่อ เพราะคู่สนทนาออกจะเงียบกริบ&lt;br /&gt;“นี่ขนาดเพิ่งมาได้ปีกว่าๆ นะ คิดอยากกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว อยากพาลูกไปหาตายาย แต่ก็ต้องคอยเขาน่ะ ยังไม่ว่างเลย พ่อเขาตายเมื่อปีก่อน ผัวฉันต้องกลับมารับช่วงกิจการ ยังไม่เข้าที่ดีเลย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่เลิกคิ้ว สายตาแสดงความสนใจขึ้นมาทีเดียว หากได้แต่ถามด้วยเสียงเรื่อยๆ เหมือนชวนคุย&lt;br /&gt;“ตายจริง เสียใจด้วยนะคะ ว่าแต่ว่าผัว อุ๊บส์ สามีคุณนี่ทำงานอะไรเอ่ย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แต่ก่อนเป็นวิศวกรที่แหลมฉบังไง ถึงได้ไปเจอกันที่พัทยาเพราะฉันทำงานอยู่ที่นั่น”&lt;br /&gt;...ลำดวนเล่าสั้นๆ ไม่ได้ขยายความว่า สามีของหล่อนต้องไปติดต่อว่าจ้าง สำนักงานบัญชีเล็กๆ ที่เธอเป็นเจ้าของ ที่พัทยา กิจการของเธอดำเนินไปได้ด้วยดีทีเดียว เนื่องจากลำดวนและพนักงานบัญชีหลายๆ คนที่นั่น พูด ภาษาอังกฤษได้ดี จึงมีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติที่เป็นเจ้าของกิจการหลาย ๆ ราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่นั้นจะคิดอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หล่อนเก็บความรู้สึกส่วนตัวไว้ได้อย่างแนบเนียน หากปากก็ถาม ด้วยวาจาไพเราะหู เรียกว่า ไพเราะกว่าปกติที่หล่อนพูดกับเพื่อนๆ ของหล่อนหลายเท่า ทั้งนี้ เพื่อเน้นถึงความ แตกต่างระหว่างชนชั้นของหล่อน กับลำดวนคู่สนทนา ซึ่งดูเหมือนจะมาจากพื้นเพที่ด้อยกว่าหล่อนหลายขุม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“แล้วสามีคุณ เขากลับมาทำอะไรคะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ก็กลับมารับช่วงต่องานของพ่อเขา มีบริษัทรับเหมาสร้างแฟลตสำหรับคนแก่น่ะ”&lt;br /&gt;ลำดวนตอบตามจริง ไม่คิดเล็กคิดน้อยว่า คำถามนั้น ฟังดูละลาบละล้วงอยู่หน่อยๆ ด้วยความดีใจที่เจอ คนไทยด้วยกัน หล่อนจึงคุยอย่างสบายอกสบายใจต่อไป&lt;br /&gt;“ฉันมาก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนหรอก วันๆ ทำแต่งานกับเลี้ยงลูก ก็ เหงานะ แหม วันนี้ โชคดีจริงจริ๊ง ที่ได้เจอ คนไทยด้วยกัน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ฉันก็พอมีคนรู้จักอยู่บ้าง ส่วนเพื่อนน่ะน้อย เพราะหาคนพูดจาภาษาเดียวกันน่ะไม่ค่อยจะมี”&lt;br /&gt;...แพนซี่พูดด้วยนัยที่ชวนให้ตีความหมาย พลางหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม แล้วก็เกือบสำลักเมื่อลำดวนพาซื่อ ตอบอย่างไม่เข้าใจอะไรเลย&lt;br /&gt;“ก็จริงนะ พวกไอ้ปินส์หน้าเหมือนคนไทยยังกับแกะ ฉันทักผิดก็ออกบ่อย หน้าแตกหลายหน หาคนไทยยาก ทีแรกยังคิดว่าคุณเป็นญี่ปุ่นหรืออะไร ถึงดีใจไงพอเห็นว่าเป็นคนไทย”&lt;br /&gt;ลำดวนพูด พร้อมทั้งมองนาฬิกา เมื่อเห็นว่าได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว เธอก็ส่งเสียงเรียกผู้ที่มาด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ผัวจ๋า ผัว ผัว มาทางนี้หน่อย”&lt;br /&gt;...สามีของลำดวนไปอยู่เมืองไทยนานจนพูดและฟังภาษาไทยได้เยอะ ลำดวนเองอยากให้ลูกได้เรียนรู้ภาษา ไทยด้วย จึงพูดกับสามีและลูกด้วยภาษาไทยเป็นส่วนใหญ่ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ในขณะที่แพนซี่ได้ยินเข้าก็หูตาเหลือก ถามปากคอสั่น &lt;br /&gt;“ตายจริง เขาไม่มีชื่อเหรอจ๊ะ ถึงได้เรียกกันแบบนั้น” &lt;br /&gt;ลำดวนหัวเราะ&lt;br /&gt;“อ๋อ...ชื่อแมทธิวน่ะ ก็เรียกอย่างนี้แหละ ง่ายดี เหมือนแม่สาวฝรั่งเรียกฮับบี้ หรือดาร์ลิงไง” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่นิ่ง แต่ทำหน้าพิพักพิพ่วนชอบกล อย่างไรก็ตาม เมื่อแมทธิวพาลูกมาถึงสาวไทยทั้งสอง ก็ได้แนะนำตัวและสนทนากับแพนซี่ต่อไปอีกครู่ใหญ่ &lt;br /&gt;...ก่อนจะลากัน ลำดวนกับแพนซี่ก็แลกเบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกัน ลำดวนลาจากไปอย่างนึกยินดี ที่แพนซี่ไม่ปฎิเสธไมตรีจากเธอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนยิ้มกับตัวเองและหวังว่าวันหยุดอาทิตย์นี้คงจะได้พบกันอีก เพราะทั้งสองนัดกัน จะพาลูกไปเดินเล่น ที่ริมแม่น้ำ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กลางสัปดาห์ ที่ร้านกาแฟหรูหราในกรุงลอนดอน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่ทักเพื่อนสาวที่นั่งอ่านหนังสือคอยอยู่ที่โต๊ะอย่างเพลิดเพลิน จนกระทั่งไม่เห็นว่าหล่อนเดินมาถึงแล้ว&lt;br /&gt;“ต๊ายยยยยยยย อะไรจะ “อิน” ขนาดนี้ จ๊ะ สนุกมากหรือ อ่านจนเข้าฌาน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลอยพิสมัยยิ้มเจื่อน ๆ ขยับปกหนังสือให้เพื่อนดู&lt;br /&gt;“นิยายเรื่องใหม่น่ะ ช่วงนี้ ยายเอมิลี่กวนจัง ไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือเลย แหม เรื่องนี้ สนุ้กสนุกนะ อ่านจบ แล้วให้ยืมเอาไหม แก้วการเวก เขาแต่งดี๊ดี ไม่รู้คิดได้ไง แต่ละเรื่อง ถึงกึ๋นนัก”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่ทำหน้าเมื่อย หล่อนไม่เคยพิศวาทการอ่านหนังสือ&lt;br /&gt;“ไม่เอาล่ะ ไม่ค่อยเอ็นจอยหนังสือ ถ้าเป็นมูฟวี่ล่ะ โอเค เธออ่านไปเถอะ ว่าแต่ว่า...” &lt;br /&gt;หล่อนตีแขนเพื่อนเพื่อให้ตั้งใจฟัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่แน่ะแม่พลอยพิสมัย เดี๊ยนมีเรื่องจะเม้าท์” &lt;br /&gt;...แพนซี่เกริ่นกับเพื่อนสาวคนสนิท สาววัยดึกจีบปากจีบคอ โบกมือไปมาประกอบคำพูดที่ทำให้พลอย พิสมัยรู้ว่า คราวนี้ แพนซี่คงไปได้อะไรดีๆ มาเล่าสู่กันฟังอีกแล้ว จึงนิ่งฟังอย่างไม่ขัดคอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สองอาทิตย์ก่อนนะ บังเอิญ ชั้นไปเจอผู้หญิงไทยคนนึง ท่าทางสารรูปเหมือนอย่างว่าไม่ผิดเพี้ยนเลยล่ะ แถมพูดจานะ โอ๊ย อย่างกับมาจากท้องร่อง คำก็ผัว สองคำก็ผัว หยาบคายเสียไม่มีล่ะ ชั้นล่ะรับไม่ได้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพนซี่ยกสองมือขึ้นสั่นเร่าๆอย่างให้รู้ว่า “ทนไม่ได้” จริงๆ &lt;br /&gt;“ไอ มีน... หล่อนดูโลโซ จริงๆ นะ หล่อนชื่ออะไรรู้ไหม ..ลำดวนย่ะ โอ๊ยยยย ชั้นละขำ อะไรจะเชยยยยส์ ได้สนิทสนมขนาดนั้นนน... ชั้นยังเกือบเรียก ลำไย ไปตั้งหลายรอบ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลอยพิสมัยกำลังงงงันว่า คำไทยแท้อย่างคำว่าผัว ไม่น่าจะถือว่าหยาบคายร้ายแรงแต่อย่างใด แต่เมื่อ เข้าเมืองตาหลิ่วแล้ว เธอก็จำต้องหลิ่วตาตาม&lt;br /&gt;“ว๊าย ตายแล้ว ไปพบกันยังไงล่ะจ๊ะแม่แพนซี่ ไฮโซอย่างเธอเนี่ย ถ้าไม่เพราะโดนราหูแทรก ก็ไม่มีวันได้เจอ พวกอย่างนี้หรอกนะ ชั้นว่าเธอเข้าวัด ให้หลวงพ่อเป่ากระหม่อมเสียบ้างดีมั้ย”&lt;br /&gt;...เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอ มักจะพยายามทำตัวเป็นคนต่างชาติ ด้วยการพูดภาษาอื่น และเชิดใส่คนที่เธอ คิดว่าน่าจะมาจากประเทศเดียวกันอย่างไม่ไยดี โดยเฉพาะเพศหญิงเช่นเดียวกับเจ้าหล่อน หากว่าดูไม่ดี ไม่มี “คลาส” ในความรู้สึกหล่อนแล้ว แพนซี่จะไม่คบค้าสมาคมด้วยเลย และหากดูดีกว่า หรือมีดีกว่า แพนซี่ก็จะต้อง คุ้ยเขี่ยหาข้อบกพร่องของอีกฝ่ายมานินทาให้เสื่อมเสีย หรือเพียงหาความสนุกปากให้แก่ตัวเองเท่านั้นเอง เพราะเหตุนี้ จึงยากที่เจ้าหล่อนจะหาเพื่อนฝูงสนิทชิดเชื้อด้วยได้ &lt;br /&gt;...อย่างพลอยพิสมัยนี่ เรียกว่า ไม่มีอะไรเทียบเคียง เธอได้ และก็ไม่ได้ดูต่ำต้อยเกินไปนัก แพนซี่จึงยอมคบด้วยอย่างสนิทสนมกว่าคนอื่น ๆ ตราบใดที่พลอยพิสมัยยัง ยอมเป็นลูกไล่อยู่อย่างนี้เรื่อยไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ข้างพลอยพิสมัยเองก็รู้ว่า คนไทยไกลบ้านมีจำนวนน้อยนัก หล่อนจึงพยักเพยิดเออออห่อหมกไปกับเพื่อนสาวคนนี้ โดยไม่เคยวิจารณ์หล่อนตรงๆ ต่อหน้า แต่ลับหลังกับคนไทยอื่นๆ หล่อนไม่ละเว้นที่จะ “เม้าธ์” เพื่อน สาวไฮโซคนนี้อย่างเมามันเช่นกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นั่นน่ะสิ ชั้นได้ยินเขาเรียกผัว ๆ นะ อู๊ยยย ขนลุกขนพอง พอถามก็บอกว่า ชื่อฝรั่งมันเรียกยาก โอ๊ยยยยยย กะอีชื่อแมทธิว มันยากเย็นตรงไหนยะ ชั้นว่านะหล่อน แม่คนนี้คงจะเป็นอีตัวเก่า ดูการแต่งเนื้อ แต่งตัวรึ ก็ส่อกำพืด พูดจาก็ห้วนๆ แห้งๆ เป็นมะนาวแล้งน้ำเชียวแหละ” &lt;br /&gt;แพนซี่เบะปากนิดหนึ่ง หลังจากที่ทำท่า “ขนลุกขนพอง” ประกอบไปแล้วอย่างออกรส&lt;br /&gt;“ที่สำคัญนะ แม่นั่น ให้เบอร์ติดต่อไว้ด้วย ชั้นก็เลยจำต้องยอมให้เบอร์ชั้นไป เสียไม่ได้น่ะ ผู้ดีอย่างฉัน จะต้องดูดี มีเมตตาจริงมั้ยยะ แม่พลอย” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สิ้นคำ แพนซี่ก็แผดเสียงหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ บรรจงกรีดนิ้วฉาบด้วยสีแดงตุ่นหยิบถ้วยกาแฟ ขึ้นจิบ เลียนแบบผู้ดีอังกฤษในละครน้ำเน่าช่วงกลางวันได้อย่างไม่มีตกหล่น เพื่อนสาวของหล่อนขยับทำท่าลูกขุน พลอยพยัก หลังจากนั่งฟังตาปริบๆ มาหลายประโยค&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;************************************* &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตายแล้วๆ อกแม่พลอยจะแตก แม่แพนซี่ เวลาคุยกันนี่ หล่อนหายใจออกเหรอยะ เป็นชั้นคงจะกลั้นหายใจ น่าดู ทำใจไม่ได้น่ะที่จะต้องใช้อากาศร่วมกับพวกอย่างว่า”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เธอพูดเอาใจหญิงวัยดึก หากแต่นึกขำอยู่ในใจ แม่คนนี้ ต้องมีเรื่องทำนองนี้มาเล่าได้ทุกทีที่เจอกันสิน่า เจ้าหล่อนทำตาประหลับประเหลือกก่อนตอบ&lt;br /&gt;“แหม ชั้นก็เบือนหน้าไปหายใจทางอื่นสิยะแม่พลอย แต่ว่าไปแม่เด็กนั่นน่ะ ตาถึงนะเธอ รู้จักหลุยส์วิตตอง ซะด้วย เสียดาย โง่ไปหน่อยที่ไม่รู้ว่าของชั้นน่ะ ก๊อปเอเอ จากตลาดการบินไทยเชียว” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมัยนี้น่ะ ถ้าไม่แหกกระเป๋าดู ใครจะรู้ล่ะยะแม่คุ๊ณ ท่าทางอย่างเธอเนี่ย คนเขาก็ต้องเชื่อว่าต้องหิ้วแต่ของ แท้แหละจ้า ดูแพงไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว”&lt;br /&gt;...พลอยพิสมัยยกยอ ทั้ง ๆ ที่หล่อนรู้เบื้องลึกว่า คนไทยที่นี่วิจารณ์การแต่งตัวของแพนซี่อย่าง “เข้าไส้” ขนาดไหน บางคนถึงขนาดเรียกประชดความเป็น “ไฮโซ” ของแพนซี่ด้วยคำว่า “ชั้นสูง” ด้วยซ้ำ พลางหล่อนก็ถาม ต่อไป ด้วยความอยากรู้อยากเห็น&lt;br /&gt;“ว่าแต่ว่า เธอน่ะจะคบค้าสมาคมกับมันเหรอ ยี้ พวกชั้นต่ำน่ะต้องเรียกว่ามันถึงจะเหมาะ จริงไหม ? แม่สาวบ้านนา แบบยายลำดวนนี่ ถ้าไม่จวนตัวเธอไม่เสวนาให้เมื่อยปากด้วยหรอก เพราะคนระดับเธอ ต้องพูดไทย คำฝรั่งคำเท่านั้น ชิมิแคะ??”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เพื่อความเมามันในการสนทนา พลอยพิสมัยลอยหน้าลอยตา ประโยคสุดท้ายหล่อนออกเสียง “ใช่ไหมคะ” อย่างดัดจริตหน่อยๆ ที่พวกหล่อนใช้กันเวลาที่การสนทนาออกรสออกชาติถึงขั้น แพนซี่ ชอบนักในการพูดจาแบบ ขนมใส่ไส้ ฝรั่งคำไทยคำ หากแต่ยามต้องพูดภาษาฝรั่งยาว ๆ ภาษาของหล่อนกลับแย่อย่างที่เรียกว่า โบรคเค่น อิงลิช เลยทีเดียว&lt;br /&gt;“อู๊ยยยยยย...” ลากเสียงยาวอย่างให้รู้ว่าต้องฝืนใจขนาดไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ชั้นก็คุยไปอย่างนั้นแหละ ชั้นเป็นคนไนซ์นี่ยะ แหมเธอ นี่แม่ลำไย เอ๊ยย ลำดวนนั่น นัดชั้นไว้ว่า จะพาลูก ไปเดินเล่นกันริมเทมส์เสียด้วยนะเนี่ย เธอคิดว่า ชั้นควรจะไปไหม พลอย ?” &lt;br /&gt;...แหม ทำราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ก่อการร้าย ยายแพนซี่ถึงต้องคิดหนักขนาดนี้ พลอยพิสมัยค่อนขอด อยู่ในใจ แต่ก็ยังอยากรู้อยากเห็น ว่าความสัมพันธ์ของแม่แพนซี่กับสาวลำดวนบ้านนาจะดำเนินไปอย่างไร เธอจึงใส่จริตในน้ำเสียง แกมประชดประชันหน่อยๆ &lt;br /&gt;“อ๊าวววว.... ไหนเธอต้องวางตัวเป็นผู้ดีมีเมตตาไงล่ะยะ ลืมแล้วหรือไง”&lt;br /&gt;แพนซี่พยักเพยิดวางหน้าเชิดนิดๆ อย่างไว้ตัว&lt;br /&gt;“ไม่รู้ชั้นจะทนได้ไปถึงเมื่อไหร่ นี่ ที่คุยๆกัน ชั้นก็รักษามารยาทตลอดนะยะ แต่แม่คนนี้น่ะ เหลือเกินจริงๆ ชั้นเกือบเก็บจริตไม่อยู่เป็นหลายหน แต่ก็นั่นแหละเธอ คิดๆ แล้ว รู้จักกันไว้ก็ดีเหมือนกันนะ ลูกๆจะได้มีเพื่อนเล่น เผลอๆ ก็ได้ฝากลูกไว้กับมันเสียเลย ชั้น ก็จะได้มีเวลาส่วนตัว เดินช้อปปิ้งเฉิดฉายไงล่ะยะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หัวเราะร่วนเป็นไข่เค็มอย่างถูกอกถูกใจในความคิดตัวเอง แล้วเจ้าหล่อนก็ทำเสียงจริงจังเมื่อเริ่มหัวข้อ ถัดไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“อีกอย่างนะเธอ ชั้นละเซอร์ไพร้ส์จัง ผัวมันน่ะ ดูดี๊ ดูดีล่ะ รูปหล่อเชียวแหละเธอ แถม ท่าทางจะรวยน่าดู &lt;br /&gt;ได้ข่าวว่าเพิ่งรับมรดกจากพ่อเป็นบริษัทรับเหมา น่าเสียดายน่ะเธอ ฝรั่งดีๆ น่ะ โดนแม่พวกอย่างว่านี่จับอยู่หมัดไป แยะเชียว น่าเสียดาย แต่ก็อย่างว่าแหละ บริษัทที่ว่าอาจจะแค่บริษัทเล็กๆ กระจอกงอกง่อยก็ได้ ใครจะรู้”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่กะการณ์เข้าข้างตัวเอง ตามประสาความไม่ชอบให้ใครได้ดีกว่าตัว ในขณะที่ลูกคู่ยุส่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ต๊าย ถ้าทั้งหล่อ ทั้งรวยเก๊าะ ของโปรดเธอเลยซียะ ลองดูสิหล่อน จะได้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย ว่ารวยจริง หรือรวยเก๊ คบเอาไว้เม้าท์ก็ไม่เสียหายนี่จ๊ะ หรือเธอว่าไม่จริง ??”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แพนซี่หัวเราะเสียงแหลมอย่างถูกอกถูกใจ&lt;br /&gt;“ ไม่เสียแรงคบกันมานาน รู้ใจกันทุกเรื่องเลยนะยะ แหม น่าเสียดายนะ หล่อๆ รวยๆ โง่ๆ อย่างนี้ ทำไม ชั้นไม่เจอบ้างก็ไม่รู้ ผัวชั้นนี่ แก่เป็นอะไรเชียว ถ้ามันไม่มีเงินนะ ชั้นเฉดทิ้งไปนานแล้ว”&lt;br /&gt;...แพนซี่ถอนใจนิดๆ เมื่อพูดถึงสามีตัวเองอย่างลืมตัว หล่อนกลับใช้คำว่า ผัว ถนัดปากถนัดคำ ลืมไปแล้ว ที่ตัวเองเคยพูดว่า ขนลุกขนพองเมื่อได้ยินลำดวนเรียกสามีตัวเองว่า ผัว&lt;br /&gt;“ แต่เอาเถอะ ถึงจะพลาดมีลูกกับมัน ชั้นก็ไม่ยี่หระหรอกนะ ถ้าเจอหนุ่มฝรั่งรูปหล่อ ร่ำรวยละชั้นเอาแน่”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“โอ๊ยยยยยยยยย หล่อนทั้งสวย ทั้งสาวอย่างน่ะ ไม่มีใครรู้หรอกน่ะ ว่าออกลูกมาแล้วถึง 2 คน”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่ ยายนั่น เขาคิดว่าชั้นเป็นญี่ปุ่นละเธอ แต่แหม หล่อนมาถามอายุชั้นด้วยนะ ไร้มารยาทเสียไม่มีล่ะ ชั้นไม่ได้บอกหรอกว่าชั้นสามสิบเจ็ดแล้ว บอกไปว่ายี่สิบเก้า ฮิๆ ชั้นไม่อนุญาตให้ตัวเองแก่กว่าสามสิบหรอกจ้ะ แล้วหล่อนก็เชื่อด้วยนะ”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“วุ้ย ใครจะไม่เชื่อเธอล่ะจ๊ะ เล่นย้อมหัวปิดหงอก ซะมิดชิดด้วยไฮไลท์แถบเบ้อเร่อขนาดนั้น แต่งเนื้อ แต่งตัวอย่างเธอ เด็กวัยรุ่นทำอะไรไม่ได้เชียวละ” &lt;br /&gt;...พลอยพิสมัยเหน็บเข้าให้อย่างอดไม่ได้้ ทำให้แพนซี่ส่งเสียงกรี๊ดราวกับนางงูถูกตีขนดหาง หล่อนสวนกลับ อย่างไม่ต้องคิดทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ว๊าย แม่พลอยนี่ เซี้ยวนะยะ มากัดกันเองแบบนี้ เดี๋ยวแพนซี่หยอกให้บ้างหรอก ว่าแต่หล่อนเถอะ จะปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปถึงไหน ออกลูกมาตั้งนานแล้ว ยังโทรมไม่หายสักที อีกหน่อยลูกมันจะอายเพื่อนนะ เวลาเพื่อนมันล้อว่า ยายมาส่งที่โรงเรียนน่ะ ”&lt;br /&gt;...นี่ เป็นโทษสมบัติอีกประการของแพนซี่ ที่ทำให้หาเพื่อนยาก เมื่อหล่อนเห็นข้อด้อยของเพื่อนฝูง หล่อนไม่เคยละเลยที่จะหยิบยกขึ้นมาวิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้า แล้วหล่อนก็จะต่อด้วยประโยคที่ว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“นี่ ชั้นหวังดีหรอกนะเธอ เห็นว่าฉันเพื่อนกันถึงได้บอกกันตรงๆ แล้วนี่ ใครดูยายเอมิลี่ให้เธอล่ะ เควินเหรอ ไม่เห็นลูกเธอมานานแล้ว ตอนนี้ หน้าเหมือนใครล่ะ”&lt;br /&gt;...เพื่อนสาวหน้าไม่ดีไปหน่อยหนึ่งเมื่อถูกเหน็บกลับอย่างแรง แต่หล่อนก็เสเปลี่ยนเรื่องโดยหยิบรูปลูกสาว จากกระเป๋าถือขึ้นมาส่งให้ดู&lt;br /&gt;“นี่ รูปใหม่ เพิ่งถ่ายเมื่อวาน ชั้นไปรับมาจากร้านตะกี้เอง น้องเอมิลี่ครบหกเดือนไปวีคที่แล้ว”&lt;br /&gt;...แพนซี่ หยิบอัลบั้มมาเปิดดูผ่านๆ อย่างให้เห็นว่าไม่ได้สนใจจริงนัก แถมยังออกปาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“ตาย ต๊าย ตาย ยายเอมิลี่ ดูยังไงก็พิมพ์ซัวเถาเลยนะเธอ เควินเขาหหน้าตาไม่ค่อยยูโรเปี้ยนด้วยแหละนะ ดูซิดู ลูกฝรั่ง ตาตี่เป็นอะไร” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พลอยพิสมัย เริ่มไม่พอใจที่สามีและลูกถูกวิพากษ์โดยเพื่อนปากตำแย เธอจึงตัดบทสนทนา ก่อนที่การ นินทาจะกลายเป็นการวางมวย&lt;br /&gt;“ ชั้นว่า ชั้นต้องกลับแล้วล่ะ เดี๋ยวลูกผัวคอย”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่ค้อนอย่างรู้เท่าทันว่าพลอยพิสมัยไม่ชอบที่หล่อนว่ากระทบลูกและสามีจึงควักค้อนวงใหญ่ พลางทำ เสียงอย่างให้รู้ว่าไม่เห็นเป็นสาระ&lt;br /&gt;“แหม๊.... แตะนิดแตะหน่อยไม่ได้เลยนะยะพ่อหนุ่มเสื่อผืนหมอนใบของหล่อนน่ะ กลับก็กลับ ไว้ได้เรื่องยังไง จะคาบมาบอก” &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...จบบทสนทนา แพนซี่ก็หัวเราะหยันเสียงดังทิ้งท้าย ปล่อยพลอยพิสมัยให้ตกอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว &lt;br /&gt;...หล่อนกัด ฟัน และคิดไว้ว่า เดี๋ยวจะต้องกลับไป “เม้าธ์” ยายแพนซี่บ้างให้หายแค้นใจ นอกจากแพนซี่ หล่อนยังคบเพื่อนหญิง อีกหลายคน &lt;br /&gt;...แพนซี่เองไม่คิดคบคนพวกนี้ เนื่องจากเป็นคนละชนชั้นกับหล่อน จึงไม่รู้ว่าพลอยพิสมัยเองก็สนิทสนม กับผู้หญิงกลุ่มนี้เป็นอย่างดี ถึงขนาดที่จะช่วยกันวิจารณ์แพนซี่อย่าง “สับแหลก” ไม่มีเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แล้วเพื่อนสาวสองคนเดินออกจากร้านกาแฟหรูหราแห่งนั้นไป..... &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ทั้งสองไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อย ว่าบทสนทนาที่ออกรสของเจ้าหล่อนทั้งสองนั้น มีบุคคลที่สามได้รับรู้ด้วย &lt;br /&gt;...โดยเฉพาะบุคคลนั้นคือ ลำดวน ผู้ที่ถูกพาดพิงถึงนั่นเอง หล่อนได้ยินเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...วันนี้ ลำดวนออกไปช่วยงานที่บริษัทของสามีแต่เช้า ตกบ่ายหล่อนจึงออกมาแวะดื่มกาแฟร้านโปรด เมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ของผู้หญิงไทยที่โต๊ะใกล้ๆ ที่มีพุ่มดอกเจอราเนียมกอใหญ่บังอยู่ หล่อนจึงเยี่ยมหน้าไปมอง นิดหนึ่ง จึงเห็นแพนซี่กำลังร่ายมือร่ายไม้ เมาน้ำลายอยู่กับเพื่อนหญิง &lt;br /&gt;...เมื่อแรกเห็น หล่อนคิดจะลุกไปทักทายกับแพนซี่และเพื่อนคนไทยของหล่อน หากแต่เมื่อได้ยินหัวข้อ ในการสนทนาแล้ว เธอจึงเปลี่ยนใจที่จะเข้าไปขัดจังหวะสาวทั้งสองที่กำลังคุยกันอย่างออกรส &lt;br /&gt;...ในนาทีนั้นเอง หล่อนจึงเข้าใจสีหน้าแปลก ๆ ของแพนซี่ที่มักจะผุดขึ้นมาตลอดเวลาที่พูดคุยกับหล่อน ในเช้าวันนั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แพนซี่ยังไม่ได้เล่าให้เพื่อนของหล่อนฟังถึงเมื่อวันก่อน ที่หล่อนเสียมารยาทอย่างแรงที่นัดแนะไว้ แต่เมื่อถึงเวลานัด หล่อนก็กลับไม่ไปตามนัดเสียเฉยๆ โดยที่ไม่ได้โทรศัพท์ไปยกเลิกนัดกับลำดวน คงจะกลัวจะเสีย ภาพพจน์ความเป็น “ผู้ดี” ของตัวนั่นเอง &lt;br /&gt;...ลำดวนส่ายหัวอย่างสลดใจ หยิบสมุดบันทึกในกระเป๋าเอกสารราคาแพงออกมาเปิด กระเป๋าใบนี้ แมทธิว ซื้อให้ในวันเกิด แม้ว่าหล่อนจะไม่นึกนิยมยี่ห้อและราคาแพงลิบของมันก็ตาม แต่สามีของหล่อนบอกว่า ความดีของมันคือ ทนทาน ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้อะไรทำนองนั้น หล่อนจึงรับไว้ใช้ด้วยความขอบคุณ &lt;br /&gt;...หล่อนนึกขัน หน้าตาท่าทางบ้านนอกอย่างหล่อน หากคนคิดแคบฉาบฉวยอย่างแพนซี่ หรือพลอยพิสมัย เห็นก็คงลงความเห็นว่า กระเป๋าแท้ของหล่อนเป็นของปลอมอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...หล่อนนั่งขีดเขียนในสมุดบันทึกในมืออย่างตั้งใจ โดยไม่สนใจจะเข้าไปคุยกับแพนซี่ในวันนี้ หรือในวันข้างหน้าอีกแล้ว &lt;br /&gt;...หล่อนได้เรียนรู้เพียงพอแล้วว่า โดนคนต่างชาติดูถูกก็ยังไม่เจ็บปวดเท่าที่ถูกคนไทยด้วยกันเอง นี่แหละ ดูถูกเหยียดหยามกันเอง ที่สำคัญคือ ดูถูกด้วยการตัดสินจากภายนอก โดยที่ยังไม่ได้เรียนรู้ถึงเนื้อแท้ พื้นนิสัย &lt;br /&gt;...เหมือนของดีมีราคาแต่ไม่มีการตีตราติดยี่ห้อ ดังนั้น คนใจแคบและฉาบฉวยจึงตัดสินเสียก่อนว่า เป็นของไม่ดี โดยที่ไม่คิดถึงจะดูถึงเนื้อใน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;*************************************&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนเติบโตมาอย่างเป็นตัวของตัวเองโดยธรรมชาติ ไม่รู้สึกเห่อเหิมในวัตถุของนอกกายตามอย่างคน อื่น ๆ ดังนั้น หล่อนจึงชินเสียแล้ว ในเมื่อคนเห่อความมั่งมีทางวัตถุในสังคมทุกวันนี้ --อย่างแพนซี่-- มีอยู่มากมาย &lt;br /&gt;...ในทุกสังคม ทุกหัวระแหง โดยเฉพาะคนเหล่านี้นี่เอง ที่ตีตรายกตัวเองให้ดูเป็นของแท้ ของดีมีราคา หากเมื่อพิจารณากันอย่างถ่องแท้ถึงเนื้อในแล้ว ถึงได้รู้ความจอมปลอมของคนเหล่านั้น &lt;br /&gt;...หล่อนไม่ได้คิดยกตัวเองว่า เป็นคนดีกว่าแพนซี่ หากนึกสลดใจว่า คนดีๆ ในสังคมอีกหลายๆ คนที่ไม่ถูกตีตรา ก็จะถูกตัดสินจากภายนอก จากคนจอมปลอมเหล่านี้ซึ่งมีอยู่ล้นสังคม ด้วยเหตุเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ลำดวนยิ้มกับตัวเอง คาเฟ่หรูบรรยากาศดีๆนี้ มักจะสร้างบรรยากาศและก่อให้เกิดความคิดดีๆ ในการทำงานเสมอ ลำดวนชอบอ่านหนังสือ นอกจากนั้นยังชอบสัมผัสสันดานมนุษย์อย่างใกล้ชิดเป็นงานอดิเรก และยังสามารถนำไปใช้้เป็นข้อมูลสำหรับงานเขียนที่เธอรักอีกด้วย…&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากพลอยพิสมัยคอยอีกสักหน่อย คงจะได้ทราบด้วยตัวเองว่า “แก้วการเวก” นักเขียนคนโปรดของหล่อน หาข้อมูลในการเขียนหนังสือมาจากไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ตีพิมพ์ใน นิตยสารบุษบา ฉบับที่ 17 ประจำเดือน มกราคม -มีนาคม 2549 ของสมาคมสตรีไทยในฝรั่งเศส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอขอบพระคุณพี่พร้าว ที่ทั้งขัดทั้งเกลา และพี่ๆ เพื่อนๆท่านอื่น ที่เป็นกำลังใจให้หนูเสมอมา &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และ ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับใครบางคน ที่ทำให้หนูมีพล็อตเขียนเรื่องสั้นนะคะ..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-115722068288441516?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/115722068288441516/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=115722068288441516' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/115722068288441516'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/115722068288441516'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2006/09/blog-post_02.html' title='ความดีที่ไม่ถูกตีตรา'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-113874774031322910</id><published>2006-01-31T22:44:00.001Z</published><updated>2006-01-31T22:49:00.330Z</updated><title type='text'>มัม</title><content type='html'>**เรียกให้กระแดะไปงั้น แปลง่ายๆ ก็คือ*แม่*นั่นเอง**&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แม่ของฉัน เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมากมายมาแต่ไหนแต่ไร &lt;br /&gt;เพราะแม่เป็นคนอัธยาศัยดี ไม่คิดร้าย ทำร้ายใคร(ถ้าไม่โดนก่อน) และมีน้ำใจกับทุกคน &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ถึงแม้แม่และฉัน ไม่ค่อยจะลงรอยกันบ่อยๆ แต่ฉันก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่เห็นแม่แวดล้อมไปด้วยผู้คนรักใคร่ และที่สำคัญฉันซึมซับเอานิสัยลูกทุ่งๆของแม่มาโดยไม่รู้ตัว &lt;br /&gt;....แม่พูดเสมอๆว่า หากเราอยากได้อะไร เราก็เอาสิ่งนั้นไปแลกมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....จำได้ว่า ที่บ้าน มักจะทำกับข้าวหม้อใหญ่เสมอ ทั้งๆที่บ้านเรา มีกันอยู่แค่ไม่กี่คน  และแม่จะตักแบ่งใส่ถ้วยเล็กถ้วยน้อย แล้วให้ฉันประคองถ้วยกับข้าวอย่างระมัดระวัง แจกจ่ายเพื่อนบ้าน &lt;br /&gt;....ด้วยวัยในตอนนั้น ฉันห่วงที่จะเล่นกับเพื่อนๆ มากกว่าที่จะเป็นเด็กเดินปิ่นโต คอยส่งกับข้าว บ้านโน้นบ้านนี้ &lt;br /&gt;....บ่อยๆเข้าฉันก็เริ่มหน้าหงิก จนแม่ต้องเหน็บ และเตือนให้ทำหน้าดีๆ ยิ้มแย้มแจ่มใสกับผู้ใหญ่ &lt;br /&gt;....ทุกครั้งที่กลับเข้าบ้าน แม่จะถามว่า เป็นอย่างไร ให้ถึงมือเรียบร้อยดีไหม และเขาพูดว่าอย่างไรบ้าง เพื่อความมั่นใจว่าฉันไม่ทำพิเรนท์ เทกับข้าวทิ้งเสียกลางทาง  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แม้กระทั่งฉันออกเรือน มาอยู่ไกล แม่ก็ยังคงปฎิบัติสม่ำเสมอ และดูเหมือนจะมากขึ้น &lt;br /&gt;โทรศัพท์กลับบ้านทีไร ก็มักจะคุยกันได้ไม่นาน เพราะแม่มักจะตัดบท บอกว่าเพื่อนมารอ &lt;br /&gt;แล้วฉันก็ถึงบางอ้อ เมื่อได้กลับไปเยี่ยมบ้าน เพื่อนที่ว่า ก็เพื่อนบ้านนี่แหละ ทุกคนจะรวมตัวกันทุกเย็น เดินออกกำลังในซอย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ตั้งแต่พ่อป่วย แม่หันมาเอาใจใส่สุขภาพร่างกาย ทั้งของตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น แม่บอกว่า ถ้าแม่ป่วยไปอีกคน ใครจะดูแลพ่อ แม่พบว่าการเดินออกกำลังกาย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย &lt;br /&gt;....จากการเดินไปเดินมาในซอยคนเดียว แม่ก็เริ่มชักชวนเพื่อนบ้านให้ออกมาเดิน การเดินไม่ต้องเสียสตางค์ แม่ฉันว่าอย่างนั้น&lt;br /&gt;การได้พบปะเพื่อนฝูงทุกวัน ทำให้แม่มีสุขภาพกายและจิตดีขึ้น &lt;br /&gt;นอกจากการเดินออกกำลังกายทุกเย็นแล้ว แม่ก็ยังชอบทำอาหารเพื่อสุขภาพแจกเพื่อนฝูงอีกด้วย &lt;br /&gt;นานๆเข้า สิ่งที่แม่ให้ ก็ได้รับการตอบแทน  &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แทบทุกเช้า ฉันจะตื่นมาเห็นถ้วยชาม วางเรียงอยู่บนกำแพงหน้าบ้าน เหมือนลูกระนาด มีกับข้าวสารพัดชนิด ถ้วยเล็กถ้วยน้อย จากเพื่อนๆแกงค์นักเดินของแม่&lt;br /&gt;....ฉันแซวแม่อยู่บ่อยๆ ว่าตั้งตัวเป็นเจ้าแม่ รับเครื่องเซ่นเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้มีกับข้าวอร่อยๆทุกเช้าแบบนี้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....แม่หัวเราะเบาๆแล้วถามฉันว่า ทีนี้ เข้าใจที่แม่บอกหรือยัง ว่าหากเราอยากได้อะไร เราต้องเอาสิ่งนั้นไปแลกมา &lt;br /&gt;ใช่อย่างที่แม่ว่า บางครั้งเงินทอง ไม่สามารถแลกซื้อได้ทุกสิ่งที่เราอยากได้ จริง จริง..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-113874774031322910?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/113874774031322910/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=113874774031322910' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/113874774031322910'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/113874774031322910'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2006/01/blog-post_113874774031322910.html' title='มัม'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-113646354488532489</id><published>2006-01-05T12:18:00.000Z</published><updated>2006-01-05T12:19:04.910Z</updated><title type='text'>เฮ้อ</title><content type='html'>ผ่านปีใหม่มาไม่กี่วัน ฉันนั่งทบทวนถึงวันที่ผ่านมา &lt;br /&gt;ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากนัก &lt;br /&gt;บางครั้งก็รู้สึกท้อ แต่คิดได้อย่างเดียว คือไม่ถอย ห้ามถอย &lt;br /&gt;ต้องสู้ ต้องทำให้ได้ &lt;br /&gt;แค่เนี้ยแหละ ที่อยากจะบอก...&lt;br /&gt;อ้อ อีกอัน &lt;br /&gt;อยากกลับเมืองไทยจัง..&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-113646354488532489?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/113646354488532489/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=113646354488532489' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/113646354488532489'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/113646354488532489'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2006/01/blog-post.html' title='เฮ้อ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112964852571798740</id><published>2005-10-18T16:04:00.000+01:00</published><updated>2005-10-18T16:15:25.816+01:00</updated><title type='text'>กรีซ ตอนที่สุดท้าย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#663333;"&gt;.......รถมารับเราแต่เช้าตรู่ เพื่อไปสนามบิน และเราก็ขึ้นเครื่องกลับบ้าน อย่างปลอดภัย และตรงเวลา ผิดกับขามาที่แสนจะขลุกขลัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......การเดินทางครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ตัวเองสัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ อีกครั้ง&lt;br /&gt;เมื่อโลกของเรากว้างขึ้น ใจของเราก็กว้างตาม ฉันเชื่ออย่างนั้นจริงๆ.......&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece36.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;.......ฉันประทับใจกับความสวยงาม แปลกตาของคอร์ฟู ประทับใจกับมิตรภาพของผู้คนที่มีให้ ฉันจำได้ เราหลงทาง ฉันถือแผนที่พุ่งตรงไปยังบ้านหลังหนึ่งเพื่อจะถามทาง แต่ก็พบกับคุณยายแก่ๆท่านหนึ่ง ที่พูดไม่ได้แม้แต่คำว่า Hello แต่ท่านก็พยายาม ชี้มือชี้ไม้ให้ไปในทางที่ควรจะไป&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece7.jpg" /&gt;&lt;br /&gt;.......ฉันประทับใจกับจารีต ประเพณีที่เขายังคงปฎิบัติสืบต่อกันอย่างเคร่งครัดของหญิงสาว ที่ห้ามมีเพศสัมพันธ์กันก่อนแต่งงาน&lt;br /&gt;จะเห็นได้ว่าไม่ค่อยเห็นผู้หญิงสาวออกมาเดินเฉิดฉาย หรือทำงานกันในเวลาเย็นย่ำค่ำ REP เล่าว่าผู้ชายกรีกเชื่อว่าตัวเองเป็นเทพเจ้าแห่งเซ็กส์ แต่เมื่อไม่สามารถมีอะไรกับหญิงสาวก่อนแต่งงานได้ ก็จะเล็งหานักท่องเที่ยวสาวๆ เป็นที่ระบาย หากหมดฤดูการท่องเที่ยวแล้ว ผู้ชายเหล่านั้นก็จะหันมามองพวกเดียวกัน ผลัดรุกและรับกันเอง แค่ได้ยินก็ทำเอาฉันอึ้งไปหลายวินาที เหมือนกับไส้เดือนที่มีสองเพศในตัวเดียวเสียจริงๆ ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหน ฉันก็ไม่รู้ได้ และไม่คิดว่าต้องการจะรู้มากไปกว่านี้.......&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece39.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;.......ฉันประทับใจที่ แทบทุกบ้านเรือน ติดตั้งแผงโซลาเซลล์ นำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้ ประหยัดทรัพยากรโลกไปได้อีกโข แถมยังมีแท็กซี่รถม้า บริการพาชมเมือง เจ้าลาน้อยคอยบริการพานักท่องเที่ยวชมธรรมชาติบนภูเขา หน้าตาซื่อใส เสียจนฉันไม่นึกอยากจะขี่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......นอกจากนี้แล้วฉันยังประทับใจกับอาหารสดใหม่ ทั้งผักและเนื้อ ก็ได้มาจากบนเกาะนั่นแหละ แทบทุกบ้าน เลี้ยงไก่และปลูกผัก ปลูกส้ม ไม่มียาฆ่าแมลง ฉันยังเผลอเอื้อมมือเด็ดลูกองุ่นตามรั้วบ้านมากิน ช่างหวานกรอบเสียจริงๆ และที่สำคัญ ไม่มีใครถือปืนคอยส่องเสียด้วยสิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***กระนั้น ก็ยังมีหลายๆอย่างที่ฉันคิดว่าเป็นส่วนด้อยที่น่ารังเกียจเอามากๆ ***&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างแรกเลยก็คือ พนักงานร้านอาหาร เดินสูบบุหรี่ขณะเสริฟอาหารให้ลูกค้า ไม่มีเลยสักร้าน ที่แยกโซนบุหรี่ให้กับสิงห์แพ้ควัน อย่างฉันและสามี.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และที่เลวร้ายจนยากที่จะให้อภัย คือ ห้องน้ำ ที่เต็มไปด้วยกระดาษชำระ พูนถัง เหมือนประกาศให้คนใช้บริการรู้ว่า ร้านนี้มีคนเข้าเยอะกว่าร้านนั้น ฉันเข้าใจในกฎห้ามทิ้งกระดาษชำระลงโถ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงปล่อยให้มันพูนล้นแข่งกันแทบทุกร้านแบบนั้น นึกแล้วก็พาลจะพาเอาของที่กินเข้าไปออกมาเสียหมด.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;**แต่เราก็ต้องยอมรับ ถึงมาตรฐานของแต่ละที่ที่เราไปนั้น แตกต่างกัน หากมีแต่ร้านแม็คโดนัลหรือพิซซ่าฮัท วัฒนธรรมเดียวกัน ภาษาเดียวกันหมดทุกที่ โลกนี้ ก็คงไม่มี &lt;strong&gt;นักท่องเที่ยว&lt;/strong&gt; ว่าไหม ?? **&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112964852571798740?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112964852571798740/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112964852571798740' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112964852571798740'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112964852571798740'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/10/blog-post.html' title='กรีซ ตอนที่สุดท้าย'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112945804283786089</id><published>2005-10-16T11:03:00.000+01:00</published><updated>2005-10-16T11:27:01.476+01:00</updated><title type='text'>กรีซตอนที่ 3</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;.......เมื่อเดินไปชมหาดบริเวณใกล้ๆกันจนเบื่อแล้ว ก็เริ่มอยากจะไปที่ไกลๆ จะหารถราโดยสารก็ไม่มี&lt;br /&gt;เราจึงใช้บริการรถเช่า ราคาค่ารถก็ไม่แพงมาก ตกประมาณ 35 ยูโรต่อวัน สำหรับรถคันเล็กๆ สำหรับเราสองคน หรือจะสี่คนก็กำลังสบาย บริการรถเช่าที่นี่ ไม่เหมือนบ้านเรา ที่เช่าแล้ว จะไปไกลขนาดไหนก็ได้ โดยคิดค่าบริการ เป็นรายวันไป แต่ที่นี่ เขาจะให้ 100 กิโลเมตรแรกฟรี หากเกินจากนั้นก็จะคิดค่าระยะทาง กิโลเมตรละ 45 เซ็นต์ .......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.......ได้รถมาแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปชมตัวเมือง ของเกาะเล็กๆแห่งนี้ ...การเช่ารถขับไปเที่ยวเอง เหมือนเป็นฝันร้าย เมื่อกางแผนที่เข้าแล้ว ก็พบกับปัญหามากมาย เพราะถนนหลายสาย เป็นถนนตัดใหม่ แต่แผนที่นั้น ไม่ได้ใหม่ตามถนน ทั้งป้ายบอกทาง บางที่ก็เป็นภาษากรีก ...ในฐานะที่ฉันเป็นคนอ่านแผนที่ สามีเป็นคนขับรถ เราแทบจะฆ่ากันตายเสียหลายหน เมื่อต้องขับรถวนไปวนมาอยู่หลายรอบ หากแต่คิดได้ ว่าเรามาพักผ่อน จะเร่งรีบไปไหนกัน อารมณ์นั้นจึงหายไป ได้แต่ปลอบใจตัวเองกันว่า ถึงจะหลงทาง บ้านเรือนสีสันสดใส ต้นไม้แปลกตา สวนมะกอกที่ออกลูกดกเป็นแนว ก็ยังพอประโลมใจให้ชื่นบานขึ้นบ้าง........&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece38.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;***ในที่สุด เราก็ถึงที่หมาย แวะชมเมือง ทั้งเก่าแหละใหม่ ในตัวเมืองนั้น มีจุดน่าสนใจอยู่มากมาย&lt;br /&gt;หลังจากแวะรับประทานอาหารกลางวันกันแล้ว จุดแรกที่เราไปเลย ก็คือ The Old Fortress of Corfu อยู่ในตัวเมืองเก่า เป็นป้อมปราการ เด่นเป็นสง่า ข้างในก็น่าสนใจไม่น้อย ทั้งมิวเซียมที่เก็บบันทึกประวัติศาสตร์ ปืนใหญ่ และป้อมโบราณ ที่มีทั้งประภาคาร และหอนาฬิกาอายุนับศตวรรษ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเกาะ ที่จะต้องแวะชม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece5.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;***จุดที่สอง ที่ฉันมาดมั่นว่าจะไปดูให้ได้ ก็คือVlacherna Monastery ที่ Kanoni เป็นโบสถ์เล็กๆ บนเกาะกลางน้ำ ที่ฉันเห็นภาพตามหนังสือ และแผนที่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เมื่อได้ไปเห็นกับตาตัวเอง เพราะสวยงามจริงๆ เป็นโบสถ์สีขาว&lt;br /&gt; &lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece1.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;ภายในมีแท่นสักการะและร้านขายของที่ระลึกต่างๆ &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece6.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;มีหอเล็กๆน่ารัก แขวนระฆังและกระถางดอกไม้สีสด เข้ากัน ไม่ขัดตา &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece4.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;นอกตัวโบสถ์ เป็นกล่องเล็กๆฝังติดกับผนัง บรรจุรูปบุคคลสำคัญทางศาสนา และมีตะเกียงน้ำมันจุดให้ความสว่างอยู่ตลอดเวลา คงจะคล้ายๆกับศาลเพียงตาบ้านเรา เพราะฉันเห็นเจ้ากล่องที่ว่านี้เรียงรายอยู่ตามสองข้างถนนอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece22.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;***จุดถัดมา คือท่าเรือเก่า ที่ยังคงมีเรือลำน้อยใหญ่จอดเรียงราย เรือสำราญขนาดตึกโรงแรมใหญ่ๆก็มีให้เห็น เราไปถึงก็เป็นเวลาค่อนข้างเย็นมากแล้ว เลยได้มีโอกาสดูพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดอีกที่หนึ่งที่ฉันเลยเห็นมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece28.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;-------พอเริ่มค่ำ ในตัวเมืองก็คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งร้านค้า ร้านอาหารพากันเปิดต้อนรับเงินในกระเป๋าคนเดินทางอย่างเราๆเป็นการใหญ่ ฉันตื่นตาตื่นใจไปกับร้านรวง ที่ขายของพื้นเมือง ทั้งผ้าลูกไม้ลายสวยๆ ผลิตภัณฑ์จากมะกอก ทั้งสบู่ เครื่องประทินผิว เหล้าพื้นเมือง และของหวาน เครื่องเทศต่างๆ ฉันก็ซื้อหามาอย่างละนิดละน้อย ตามกำลังที่มี .......ที่ตัดสินใจยากที่สุดเลยก็คือ การหาร้านรับประทานอาหาร เชื่อไหม?? แต่ละตรอกถนน มีร้านมากมาย แต่ละร้าน ก็จะมีพนักงานมาคอยยืนแนะทำเมนูของทางร้าน .......ทำเอาฉันและสามีเดินออกมาตั้งหลัก เนื่องจากมึนเพราะจดเล็คเชอร์ จากปรมาจารย์ด้านการโน้มน้าวจิตใจ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจเลือกเอาร้านหนึ่ง โดยการหยิบเหรียญขึ้นมาโยนหัวก้อย กลางตรอกเล็กๆตรอกหนึ่งที่มีร้านอาหารเพียงสองร้านในบริเวณนั้น-------&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กว่าจะชมได้ทั่วเมือง ก็ค่ำหนักหนา เราต้องอำลาตัวเมืองขับรถกลับโรงแรมแบบหลงทางฉบับกลางคืน&lt;br /&gt;ถึงที่หมายได้ ก็ล้มตัวลงนอน หลับสนิทจนถึงเช้า.......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;```รุ่งขึ้นอีกวัน ชั่วโมงการเช่ารถยังเหลือ แต่กิโลเมตรเจ้ากรรมดันหมด เพราะมัวแต่ขับรถหลงทางวนไปวนมา เราจึงตัดสินใจเช่ารถต่ออีก ครึ่งวัน ไป Sidari หาดใกล้ๆ แต่เดินไปไม่ถึง&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece18.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;~~~เจ้าหาดนี่ มองอย่างไรก็เหมือนหาดเฉวง หรือป่าตองของเมืองไทย เพราะเต็มไปด้วยร้านรวง และผู้คน ได้ยินว่า เป็นที่ชื่นชอบของคนวัยหนุ่มสาว เพราะมีแสงสีและกิจกรรมให้เลือกเล่นมากมาย เราเดินเที่ยวกันจนใกล้ค่ำ ก็ถึงเวลารับประทานอีกแล้ว &lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece16.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;และคืนสุดท้ายบนเกาะนี้ เราสองคนก็เลือกร้านอาหารที่มีการแสดง การเต้นแบบกรีก ที่ทั้งสนุก ทั้งร้อน เพราะไอ้เจ้าหนุ่มน้อย เล่นฉีดอัลกอฮอล์เสียชุ่มพื้นและจุดไฟ ให้เพื่อนออกมาเต้นกลางไฟนี่น่ะสิ ว่าไปไอ้เจ้าระบำกรีกนี่มันโลดโผนดีแท้ ทั้งระบำกับกองไฟ ไม่หนำใจยังขึ้นไปโยกย้ายกันบนโต๊ะอีก&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece14.jpg"/&gt;&lt;br /&gt;~~พอจวนได้เวลา เราก็ขับรถกลับมาคืน และเดินนับดาวเข้าที่พัก จัดกระเป๋า เพื่อรอเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น... &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112945804283786089?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112945804283786089/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112945804283786089' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112945804283786089'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112945804283786089'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/10/3.html' title='กรีซตอนที่ 3'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112939115974409882</id><published>2005-10-15T13:17:00.000+01:00</published><updated>2005-10-16T11:02:29.270+01:00</updated><title type='text'>กรีซ ตอนที่ 2</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;@@และแล้ว คำภาวนาของฉันก็เกิดผล อากาศดีขึ้นเรื่อยๆในวันต่อมา ท้องฟ้าที่นี่สวยจริงๆ น้ำทะเลก็สีสวยที่น่าเสียดายอยู่ก็ตรงที่ หาดทรายที่นี่ ไม่ขาว ไม่เนียนละเอียดอย่างทะเลไทยน่ะสิ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece10.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;เราใช้เวลาของเราอย่างช้าๆ กำซาบทุกนาทีที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ฉันรู้สึกได้ถึงความสงบ ผ่อนคลาย นี่กระมังที่เขาเรียกว่า การพักผ่อน เราเดินจากหาดที่พัก ข้ามภูเขาลูกเล็กๆ ไปสู่อีกหาดหนึ่ง ไกลพอที่จะทำให้คนไม่ชอบเดินเท้าอย่างฉันบ่นกระปอดกระแปดได้ตลอดทาง แต่ก็มีแรงฮึกเหิมมากขึ้น เมื่อเห็นผู้ชายตัวโตๆก้าวฉับๆ ทิ้งฉันไม่เห็นฝุ่น คนอะไรเดินเร็วราวกับวิ่ง เมื่อไปถึงครึ่งทาง ความเหนื่อยทั้งหมดก็หายไป เพราะฉันหยุดพัก และชมธรรมชาติรอบๆตัว นั่นสิ..ฉันจะเร่งรีบทำไม ในเมื่อเรามาพักผ่อน สามีฉันก็คงคิดได้เช่นกัน ฉันสังเกตได้จากกิริยาทอดน่องช้าลง ระหว่างทางเดิน ฉันมองลงไปเบื้องล่าง ตามชะง่อนผา มีหาดเล็กๆ ทอดยาว มนุษย์ตัวเล็กๆ เปลือยกายอาบแดด ว่ายน้ำเล่น กันสนุกสนาน ดูเถอะ พ่อคุณ แม่คุณ เทวดาอย่างฉันเห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่า กำลังมองย้อนไปในยุคไหน ผู้คนถึงได้รักการนุ่งลมห่มแดดกันมากมายขนาดนี้ ...ยิ่งเดินขึ้นไป รู้สึกสงบ อากาศที่นี่ หอมจริงๆ ฉันถึงกับสูดหายใจแรงๆ หลายที เพื่อรับเอาความสดชื่นนี้เข้ามาฟอกเลือดในร่างกาย สองข้างทางมีต้นไม้แปลก ประหลาดๆให้เห็น ทั้งต้นมะกอกที่ลูกดกเป็นพวง โน้มกิ่งเสียแทบจะระพื้น ทั้งกระบองเพชรหนามแหลมต้นโต เห็นแล้วนึกไปถึงประเทศแถบตะวันออกกลาง ที่ฉันหมายมั่นปั้นมือว่าจะไปเยือนให้ได้ซักครั้งในชีวิต ทั้งดอกหญ้า รูปร่างสีสันแปลกตานั่นอีก ราวกับฉันอยู่อีกโลกหนึ่งทีเดียวเชียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....การเดินเท้าไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หากแต่รู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงขึ้น ไม่บ่น และไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ฉันกลับมีความสุขที่ได้เดิน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece20.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;***ฉันตื่นเช้าขึ้น ปิ้งขนมปังร้อนๆ รับประทานรองท้อง ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ขนมปังที่นี่ อร่อยจริงๆ อาจจะเพราะเป็นขนมปังสดใหม่ทุกวันกระมัง ถึงได้ทำให้นักบริโภคข้าวอย่างฉัน หันมารับประทานขนมปังได้ทุกวัน และทุกมื้ออย่างไม่รู้เบื่อ แถมยังโยเกิร์ตแบบกรีกอีกเล่า ทั้งข้นทั้งมัน นุ่มลิ้น ราดน้ำผึ้งลงไปให้ชุ่ม ก็ทำให้ฉันลืมไอศกรีมไปได้เหมือนกัน และเราก็ออกจากบ้านเหมือนอย่างเคย หากรู้สึกหิวขึ้นมาในยามบ่าย ก็แวะหาร้านรับประทานอาหารกลางวันกัน ฉันแทบจะบอกได้ว่า อาหารบนเกาะนี้อร่อยทุกร้านเลยทีเดียว ไม่ว่าฉันเข้าร้านไหน ก็พึงพอใจกับอาหารตรงหน้าทุกครั้ง กลางวันมื้อแรกของฉัน ฉันเลือกเอามะเขือเทศยัดไส้สไตล์กรีก และที่วางตรงหน้าฉันคือ มะเขือเทศลูกโตกว่าแอปเปิ้ลกาล่า คว้านข้างในแล้วยัดไส้สลัดตามชอบ ถูกใจฉันจริงๆ บางวันฉันก็เปลี่ยนเป็นแซนด์วิช หรือสลัดแบบกรีก ที่มีผักสดหวานกรอบ โปะด้วยเฟต้าชีส เนื้อนุ่มเนียน รสชาติหอมมัน เท่านี้ เราก็มีแรงเที่ยวต่อได้อีกทั้งวัน สนนราคา ค่าอาหารก็ไม่ได้แพงมากมายนัก บวกลบคูณหารเข้าแล้ว ก็ตกประมาณ 50 ยูโร สำหรับค่าอาหารของเราสองคน ในหนึ่งวัน ซึ่งที่ฉันชอบที่สุดก็คือ ค่าอาหารของทุกร้าน ราคาจะไม่แตกต่างกันมากมายนัก ไม่ว่าจะร้านเล็ก หรือใหญ่ ที่สำคัญคือ แทบทุกร้านจะตกแต่งอย่างสวยงาม เชื้อเชิญให้เราเข้าไปใช้บริการ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ช่วงบ่ายแก่ๆ ก็กลับเข้าโรงแรม หอบหนังสือเล่มโปรดไปนอนอ่านริมสระน้ำบ้าง ริมชายหาดบ้างผ่อนคลายดีจริงๆ พอค่ำหน่อย ท้องก็ร้องเรียกหาอาหาร เราจัดแจงแต่งตัว ไปหาร้านอร่อยๆรับประทานกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;img src="http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece2.jpg" width="400" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;~~ฉันลองอาหารกรีกแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าปลาซาดีนสดตัวน้อยๆ คลุกน้ำมันมะกอก เกลือ ย่างกับมะเขือเทศสด บีบมะนาวเข้าหน่อย กินได้ทั้งตัว หรือจะเครื่องจิ้มต่างๆ หนักหน่อยก็พวกสตูว์สารพัดเนื้อ น่าแปลกที่ ไม่อ้วนขึ้น หรือเพราะตัวเองอ้วนโดยสุจริตอยู่แล้วก็เป็นได้... แต่ฉันว่า คงเพราะการเดินของเรามากกว่า จากที่พัก ไปร้านอาหารก็ไกลพอสมควร แต่ไม่ไกลถึงขนาดต้องอาศัยรถ และแถวนั้นไม่มีรถประจำทางเสียด้วยสิ เราจึงเดินเท้า นับดาวกันจนเพลินหลังอาหารมื้อเย็น กว่าจะถึงที่หมาย ข้าวก็เรียงเม็ดลงไปย่อยกันเรียบร้อย ได้เวลาเข้านอนพอดี~~&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112939115974409882?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112939115974409882/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112939115974409882' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112939115974409882'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112939115974409882'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/10/2.html' title='กรีซ ตอนที่ 2'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112929051431014639</id><published>2005-10-14T12:41:00.000+01:00</published><updated>2005-10-16T10:58:16.260+01:00</updated><title type='text'>กรีซตอนที่ 1</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;...ปกติ การช่วยสามีทำงานเล็กๆน้อยๆ ฉันมักจะได้ค่าตอบแทนเป็นของขวัญที่ฉันหมายตา ปีก่อนโน้น ฉันได้ กล้องวิดีโอเป็นของขวัญ มานอนแน่นิ่ง ซึ่งฉันหยิบมันออกมาถ่ายทอดเรื่องราว เพียงไม่กี่ครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีก่อนฉันได้กล้องถ่ายรูปราคาแพงมาไว้ในครอบครอง ปีที่แล้ว ฉันได้คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคตัวเล็กๆ น้ำหนักเบาเป็นของรางวัลในการช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปีนี้ ฉันกลับไม่อยากได้ของขวัญใดๆให้รกบ้านอีกจึงขอเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งในบัญชีธนาคาร เผื่ออยากหยิบใช้ขึ้นมา ก็จะได้ไม่ต้องกราบเรียนมาเพื่อทราบ&lt;br /&gt;ปกติฉันไม่ใช่คนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่เมื่อเห็นตัวเลขเงินในบัญชีแล้ว ความคิดอยากจะใช้มันก็พลุ่งพล่าน&lt;br /&gt;ประกอบกับ เห็นสามีทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเอาเงินก้อนนี้ออกมาใช้ ฉันจะพาสามีไปเที่ยว ...ใช่... ฉันนี่แหละจะพาสามีไปเที่ยวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;img src= "http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece11.jpg"width="400"/&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...เราตัดสินใจไปเกาะคอร์ฟู ประเทศกรีซ เนื่องจากเป็นประเทศใกล้ๆ ไม่ใช้เวลาเดินทางนานนัก และราคาของแพคเกจ ก็สมน้ำสมเนื้อ 7 วัน รวมค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก ก็ตกคนละประมาณ 179 ปอนด์เอง ราคาขนาดนี้ ฉันพอสู้ไหว...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันเดินทาง เราออกจากบ้านตีสี่ เพื่อไปเช็คอินและขึ้นเครื่องที่สนามบิน เพราะเป็นไฟลท์เช้า เมื่อได้ยินประกาศบอร์ดิ้ง เราก็เดินเข้าเกทไปขึ้นเครื่องกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;---วันแรกของการเดินทางทริปนี้ ไม่ประทับใจฉันเอาเสียเลย เพราะ เริ่มต้นก็ต้องพบกับปัญหาเครื่องดีเลย์เพราะมีเหตุขัดข้องบางประการเสียแล้ว แถมยังมีหลายๆเหตุการณ์เกิดขึ้นบนเครื่องบิน จนอยากจะกระโดดลงจากเครื่อง ว่ายน้ำกลับเกาะอังกฤษ อาหารรสชาติต่ำทรามยังไม่ร้ายเท่ากับ เมื่อถึงเกาะคอร์ฟู กัปตันประกาศว่าไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้ เนื่องจากพายุลมแรง และฝนตกหนัก ทัศนวิสัยแย่ มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดบนเครื่องบินที่ฉันเคยประสบมา มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแต่สายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้าง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนจะขู่ว่า มนุษย์ตัวน้อยๆอย่างพวกเรา อย่าบังอาจต่อกรกับธรรมชาติ มองไปทางไหน เห็นแต่สีหน้าวิตกของผู้โดยสาร เพราะมันไม่ใช่ฟ้าร้องฟ้าลั่นธรรมดา ความรู้สึกขณะนั้น เหมือนกันตัวเองกำลังขดตัวอยู่ในเครื่องซักผ้า โดนหมุน โดนดูดอยู่ตลอดเวลา @_@&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ฉันเชื่อแน่ว่า ทุกคนกำลังภาวนา ฉันจับมือชายอันเป็นที่รักแน่น พร้อมทั้งบอกเขาว่า ฉันรักเขา หากจะต้องตาย ขอตายใกล้ๆเขา คิดสารพัด หากฉันไม่รอด ใครจะเป็นคนติดต่อทางบ้าน ใครจะจัดสรรเงินประกันจำนวนสูงลิบลิ่วให้ลงตัว แต่เราก็รอดปลอดภัย กัปตันนำเครื่องไปลงที่กรุงเอเธนส์ เพื่อรอพายุสงบ และเติมน้ำมัน ...แต่ก็เหมือนแกล้ง เมื่อทุกคนขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย พนักงานประกาศว่า ไม่สามารถนำเครื่องออกได้ เนื่องจากผู้โดยสารขาดหายไปจำนวนสองคน จนต้องทำการเช็คจำนวนผู้โดยสารใหม่ เสียเวลาไปอีกเกือบสองชั่วโมง ฉันมั่นใจว่า ทุกคนบนเครื่องบิน อยากจะกระทืบผู้โดยสารสองคนที่หายไปแน่ๆ ...และแล้วเราก็ถึงคอร์ฟูในเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เป็นการเดินทางที่ยาวนาน และขลุกขลักที่สุด *^*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากถึงโรงแรม รับประทานอาหารเย็นแล้ว เราก็หลับเป็นตาย ตื่นเช้าขึ้นมา หวังจะพบกับทะเลสวยๆ ฟ้าใสๆ เปล่าเลย ฝนตกตลอดเช้า ทำเอาฉันหงุดหงิด ฉันหนีฝน ...มาเจอฝนที่หนักกว่าหรือนี่&lt;br /&gt;&lt;img src= "http://www.geocities.com/i_o_i2004/greece17.jpg"width="400"/&gt;&lt;br /&gt;ยังดีที่บ่ายๆ เริ่มมีแสงแดดออกมาไล้ตัว เชิญชวนให้ฉันออกไปเดินเล่น ขอให้อากาศดีขึ้นเถอะ ฉันจะไปเดินชมเกาะนี้ให้ทั่วทีเดียวเชียว ...&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112929051431014639?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112929051431014639/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112929051431014639' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112929051431014639'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112929051431014639'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/10/1.html' title='กรีซตอนที่ 1'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112273067165961502</id><published>2005-07-29T14:31:00.000+01:00</published><updated>2005-07-30T14:37:51.663+01:00</updated><title type='text'>บ้าดารา</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#990000;"&gt;ปกติแล้ว ฉันไม่ใช่คนเสพหนัง หรือละครเท่าใดนัก แต่ถ้าลงได้ชื่นชอบเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษแล้วล่ะก็&lt;br /&gt;นอกจากเนื้อหาที่ถูกใจเป็นหลักแล้ว ตัวแสดงในเรื่องนั้นๆก็สำคัญ&lt;br /&gt;บางเรื่องเนื้อหาถูกใจ อ่านนิยายก็ชื่นชอบ หากแต่นักแสดงไม่เข้าตาขึ้นมา ฉันก็ไม่คิดจะติดตามเอาดื้อๆเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***สมัยวัยรุ่น ฉันไม่เคยนิยมชมชื่น หรือโปรดปรานดาราคนใดเป็นพิเศษ มาเป็นเอาอีตอนโตเป็นสาว เลยวัยสะพรั่งแล้วเนี่ยหละ&lt;br /&gt;คนแรกที่ฉันรู้สึกปลื้มเลยก็คือ พี่ก้อง(นูโว) ที่หันมาเอาดิบเอาดีด้านการแสดง แล้วก็ได้ดิบได้ดีแล้วจริงๆ ..ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้ หน้าบาน ปากบาน ดูแล้วอบอุ่นใจดีจริงๆ ...นี่คือคำชมเชย ไม่ได้ประชดประชันแต่ประการใด ไม่ว่าพี่ก้องจะแสดงเรื่องอะไร ก็ดูเหมาะสมไปหมด จะเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ เป็นชายมาดกวน หรือเป็นหนุ่มออฟฟิศ มันช่างถึงบทถึงบาท ทำเอาฉันแทบเพ้อไปหลายที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่สอง คือคุณปิ๊บ รวิชญ์ คนนี้ล่ะ อย่างกับมีอะไรพิเศษ สามารถทำให้ฉันรู้สึกผะผ่าวที่ใบหน้าได้ทุกทีที่ชมละครที่เขาแสดง ไม่รู้เพราะอะไร ถึงได้รู้สึกติดหนึบ อยากจะรู้จักมักจี่เสียจริงๆ อ๊ะๆๆ อย่าเข้าใจผิด คิดว่าฉันกำลังจะแปลงร่างเป็นผู้หญิงห่าจิกหาทางตกนรกหมกไหม้ ด้วยการผิดศีลข้อกาเมฯเชียวนะ  ฉันแค่ชื่นชอบ ไม่ได้คิดจะชื่นชู้ สู่สมกับเขาหรอกนะ ...สบายใจได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่สาม คุณแอนดริว เกรกสัน คนนี้ก็เก่งทีเดียวเชียว กับบทบาทการแสดง ได้ครบทุกรสทุกชาติเหมือนกัน ทั้งบทพ่อค้าตลาดสด บทโหดร้ายรุนแรง กี่บทๆ พ่อก็ตีแตกกระจุยกระจาย จะไม่ให้ฉันเพ้อถึงอีกคนได้อย่างไรกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไปสามคนนี้เขามีอะไรคล้ายๆกัน ที่ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชอบ คือมีความเป็นตัวของตัวเอง ดูอบอุ่นและไม่ก้าวร้าว&lt;br /&gt;แบบนี้สิ เหมาะที่จะให้ฉันชื่นชอบไปนานๆ&lt;br /&gt;หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า แล้วดาราผู้หญิงล่ะ ??&lt;br /&gt;...แหม ฉันเป็นผู้หญิงนี่ ก็ต้องชื่นชอบดาราชายสิ ส่วนดารา นักแสดงหญิงน่ะเหรอ มีเหมือนกัน แต่ไว้วันหลังเถอะนะ วันนี้ เป็นคิวของพระเอกในดวงใจที่มาแรง ใครก็แซงไม่ได้ &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112273067165961502?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112273067165961502/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112273067165961502' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112273067165961502'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112273067165961502'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_29.html' title='บ้าดารา'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112249355461022004</id><published>2005-07-27T20:43:00.000+01:00</published><updated>2005-07-27T20:47:21.450+01:00</updated><title type='text'>รักจ้ะ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;วันนี้ว่ากันเรื่องความรักอีกแล้ว... ก็รักของฉันมันเต็มอก จะยกให้คนอื่นบ้าง จะเป็นไรไป จริงมั้ย??&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนว่าไว้ ยิ่งรัก ยิ่งทุกข์&lt;br /&gt;***ก็รักไม่เป็นน่ะสิ***(ฉันแอบเถียง) ถ้ารักให้เป็น จะทุกข์ได้อย่างไรกัน ดูฉันสิ ..ในวันนี้..สามารถรักผู้ชายคนหนึ่งได้อย่างหมดหัวใจที่ไม่เคยคิดจะเหลือเผื่อใครได้อีก ...อาจจะมีบ้าง บางครั้งที่เป็นทกุข์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ทุกข์จากรัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนว่าไว้ รักคือการได้ครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเขาคนนั้น&lt;br /&gt;***ฉันว่าเห็นแก่ตัวไปหน่อยนะ*** ฉันก็เคยรู้สึกอย่างนั้น แต่มันจะมีประโยชน์อะไรกับการยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่ไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าจะแปรเปลี่ยนเมื่อไร และไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยเหมือนกันว่า*ใครจะเปลี่ยนแปรก่อนใคร*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนว่าผู้ชายรักผู้หญิงจากรูปลักษณ์ภายนอก&lt;br /&gt;***ไม่จริงหรอก***ถึงแม้เมื่อก่อนฉันก็เคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ผู้ชายคนข้างๆฉันทำให้เห็นแล้วว่า หน้าตาไม่สวยเลิศเลอ ก็มีคนแสนดีคอยรักได้เหมือนกัน ...สังขารมันไม่เที่ยงหรอกนะ ถ้าทัศนคติไม่ตรงกัน รสนิยมแตกต่างกันแล้ว ต่อให้สวยหยาดฟ้ามาดินเพียงไหน ก็สามารถผิดหวังได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนว่าผู้หญิงรักผู้ชายที่เงิน&lt;br /&gt;***ฉันเถียงหัวชนฝาบ้านเลยเชียว ว่าไม่จริง เอาที่ไหนมาพูด*** ตัวฉันนี่หละ ที่ไม่เคยรักใครเพราะเงินตราหรือวัตถุภายนอก จริงอยู่..สามีฉันเป็นผู้ชายรูปงาม แต่ลึกลงไปนั้น คือจิตใจที่ดีกว่า ฉันถึงได้พลัดบ้านพลัดเมืองมากัดก้อนเกลือกินอยู่ที่นี่อย่างไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจะรักใครสักคน ถ้ารักด้วยสมองและเหตุผลทั้งสองฝ่าย ไม่มีคู่ไหนต้องจบลงด้วยน้ำตาหรอก เชื่อฉัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;bgsound balance="0" src="http://media.9dset.com/movie/aud/aud0642/8.wma" volume="0" loop="n"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112249355461022004?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112249355461022004/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112249355461022004' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112249355461022004'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112249355461022004'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_27.html' title='รักจ้ะ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112231075861761282</id><published>2005-07-25T17:57:00.000+01:00</published><updated>2005-07-25T17:59:18.623+01:00</updated><title type='text'>ผู้ชายสัตว์หมากับผู้หญิงห่าจิก</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;วันนี้ เขียนด้วยอารมณ์เดือดดาล ไม่หวานซึ้งอย่างที่เคยเขียน&lt;br /&gt;เพราะมีหลายเรื่องที่ไม่เคยเข้าใจ และไม่คิดจะเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องผู้หญิงกับผู้ชาย ...เล่าแบบไม่ไกลตัวเลย ก็คือเรื่องของผู้ชายต่างชาติที่มีภรรยาไทย&lt;br /&gt;หลายๆคน นึกรังเกียจสาวไทย ภรรยาต่างชาติ ด้วยเหตุผลอันหลากหลาย มากบ้าง น้อยบ้างก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญาอันพึงมีมาแต่ปูมหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องที่เขียนในวันนี้ ฉันก็แค่อยากให้ผู้อ่าน มองอีกแง่มุมหนึ่งที่แตกต่าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรื่องแรก เป็นเรื่องของเด็กสาวคนหนึ่ง มาจากครอบครัวที่แตกร้าว เจอผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งพร่ำบอกว่ารักและไม่รังเกียจอดีตของเธอ ..ยินยอมพร้อมใจที่จะใช้ชีวิตคู่อย่างถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม วันหนึ่ง พ่อพระของเธอกลายร่างเป็นผีห่าซ่าตาน ความหวานที่เคยมีให้ กลายเป็นความเฉยชาจนเธอรู้สึกได้ ... ผู้หญิงแสนสวยและจิตใจงาม ไม่เคยบกพร่องในหน้าที่ ต้องร้องไห้ เพราะผู้ชายชั่วๆ มักมากในกาม ทิ้งเมียอยู่บ้าน ส่วนตัวเองไปเอาอีตัวโสโครกที่เมืองไทย&lt;br /&gt;*** ถ้าจะมีใครซักคนที่ต้องถูกตราหน้าว่าชั่ว ก็คงไม่พ้นไอ้ผู้ชายคนนั้นที่หลงใหลไปกับมารยากระหรี่ ...มันไม่ใช่ความโง่ แต่มันเป็นความมักมาก ความไม่พอ และความไม่ซื่อสัตย์ของผู้ชายสถุนๆคนหนึ่ง อีตัวมันก็ต้องทำอาชีพของมัน ถึงจะน่ารังเกียจ แต่ก็คงไม่เท่ากับไอ้ขยะตัวนี้ ที่ทำได้กับผู้หญิงที่มันเทิดทูนให้เป็นภรรยาในอุดมคติ ที่ไม่เคยมีโอกาสได้รู้เลย เพราะเพื่อนฝูงต่างปิดปากสนิท ไม่อยากทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำมากไปกว่านี้ และที่น่าสัตว์หมาไปกว่านั้น ก็คือไอ้ชั่วตัวนี้ บรรยายการสมสู่ของมันกับอีตัวได้อย่างออกรสออกชาติในหมู่ผู้ชาย แสดงให้เห็นว่ามันเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย ...ถ้าฉันเป็นเด็กสาวคนนั้น ไอ้เหี้ยนั่นคงจะหมดลมหายใจไปแล้ว ...แต่โชคดีไม่ได้อยู่กับคนสาระเลวเสมอไปหรอกนะ ขอให้กรรมสนองแกเร็วๆละกัน ไอ้ผู้ชายใจสัตว์...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;+++เรื่องที่สอง เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง มีภรรยาและลูกที่น่ารักด้วยกันสองคน ไปเมืองไทยคราวที่ผ่านมา กลับถึงบ้าน สามีขอหย่า สาเหตุน้ำเน่าๆ *หมดรักกันแล้ว* ภรรยาสืบเสาะได้ความว่า ช่วงที่อยู่เมืองไทย สามีไปพบกับสาวไทยนางหนึ่ง &lt;br /&gt;ความสัมพันธ์ถึงขั้นไหน ไม่มีใครรู้ได้ รู้แต่ว่า อีห่าจิกตัวนั้น ใจกล้าหน้าด้าน ส่งอีเมล์มาบอกไอ้สัตว์ตัวผู้นี้ว่า ให้เลิกกับเมีย ทิ้งลูก ไปอยู่กับมัน ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***ฉันไม่รู้ว่าควรจะภูมิใจหรือสังเวชใจที่เห็นใครๆก็มาหลงเสน่ห์สาวไทยอย่างหัวปักหัวปำ แต่ในใจฉัน มันสาปแช่ง อ้าย อี ผู้มักมากในตัณหาราคะ เอากันอย่างไม่แคร์ว่ามีลูกเมียตาดำๆรออยู่ที่บ้าน หรือร่านกันอย่างถึงพริกถึงขิงชนิดที่ไม่เคยนึกถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกัน ไปเรียบร้อยแล้ว ...และไม่มีวันจะยกโทษให้คนชั่วๆพวกนั้น อย่างเด็ดขาด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112231075861761282?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112231075861761282/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112231075861761282' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112231075861761282'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112231075861761282'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_25.html' title='ผู้ชายสัตว์หมากับผู้หญิงห่าจิก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112198149661978513</id><published>2005-07-21T22:30:00.000+01:00</published><updated>2005-07-21T22:31:36.626+01:00</updated><title type='text'>อารมณ์ไม่ดี</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#333399;"&gt;จริงๆนะ วันนี้อารมณ์ไม่ดี&lt;br /&gt;อยากจะเขียนระบาย&lt;br /&gt;แต่...เขียนไม่ออกน่ะสิ เยอะจัด&lt;br /&gt;หมกมุ่น และหมักหมม มานาน&lt;br /&gt;เหมือนจะเป็นโรคจิตน้อยๆ&lt;br /&gt;อยากทำนู่น ..อยากทำนี่&lt;br /&gt;อยากทำเว็บ.. เริ่มต้นไม่ถูก&lt;br /&gt;เว็บเก่าที่เพื่อนทำไว้ให้ ก็ทิ้งๆขว้างๆ เพราะฟรี ทิ้งขว้างได้ ไม่เสียเงิน&lt;br /&gt;อยากทำใหม่ อยากให้ออกมาดี อยากให้ออกมาสมฐานะ&lt;br /&gt;ยืมหนังสือมาอ่าน..ไม่ได้เรื่อง เอามาหนุนหัวดีกว่า - -*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...ท่านปุขา พอจะว่างมั้ยคะ มาช่วยจัดระเบียบสมองหนูหน่อย ตอนนี้รกมาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แว๊กๆๆๆๆ &lt;br /&gt;*คำเตือน อารมณ์ไม่ดีเลยล่ะวันนี้ กรุณาห้อยพระก่อนมาเม้นท์&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112198149661978513?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112198149661978513/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112198149661978513' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112198149661978513'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112198149661978513'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_21.html' title='อารมณ์ไม่ดี'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112189033674556545</id><published>2005-07-20T21:09:00.000+01:00</published><updated>2005-07-20T21:12:16.746+01:00</updated><title type='text'>ซึ้ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#003333;"&gt;วันนี้มีเรื่องให้ปลาบปลื้มอีกแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เอ๋(เพื่อนสาวหน้าตาดี) มาหาที่บ้าน ทำกับข้าวกินกัน ...เอ๋หอบหิ้วซูชิและเกี๊ยวซ่าของโปรดฉันติดมือมา(ไม่เคยเห็นเอ๋ไปบ้านไหนมือเปล่าเลย ..น่ารักจัง) ส่วนฉันก็ทำกับข้าวพื้นๆ ง่ายๆให้เพื่อนกิน(ไม่ค่อยจะลงทุน)&lt;br /&gt;...หลังกินข้าว ก็คุยกันจนมืดค่ำ ฉันเดินไปส่งเพื่อนที่สถานีรถไฟ ..อีกตั้งเดือน กว่าจะได้เจอกันอีก ++ไว้เธอกลับมา ฉันจะพาไปแค้มปิ้ง ...*อย่าลืมภาวนาให้ไม่หนาวนะเพื่อน*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;///เอ๋คุยกับฉันว่าจะส่งบัวหิมะ มาให้เลี้ยง พร้อมทั้งบอกสรรพคุณทั้งหลายของมันว่าดีเช่นไร ..คนอย่างฉัน สนใจ เรื่องสมุนไพร ของธรรมชาติ ที่เสริมความงามและสร้างพลานามัย อยู่เป็นทุนเดิม จึงตอบตกลงรับมาเลี้ยงไว้อย่างเต็มใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***เช้าวันถัดมา ก็ได้รับพัสดุ 1 กล่อง นอกจากบัวหิมะแล้ว ยังได้รับผ้าและยางรัดผม สีชมพูน่ารักเชียว แถมด้วยเเครื่องปรุงแกงกะหรี่ญี่ปุ่น และหนังสืออีก 1 เล่ม ...นี่สิทำเอาฉันซึ้ง หนังสือนี้ ชื่อ GOOD LUCK แค่ชื่อก็มีความหมายกินใจแล้ว ก่อนเข้านอนฉันคงได้อ่านหนังสือปกสีฟ้าเล่มนี้และหลับฝันดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;+++ที่ซึ้ง ไม่ใช่เพราะได้รับของที่ถูกใจ แต่เพราะเอ๋ เป็นคนน่ารัก หน้าตาดี เข้าใจและยอมรับคนหน้าตาดีแต่ปากไม่ดีอย่างฉันได้อย่างไม่มีข้อแม้ ..ตรงนี้ต่างหากล่ะ ที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า คนเรา ถ้าจะเป็นเพื่อนกับใครสักคน ก็ไม่ควรจะมีข้อแม้ ว่าเพื่อนจะรวย หรือจน จะสูงจะต่ำ หรือดำขาว ถ้าจะมีข้อแม้ซักข้อ ก็คงหมายถึง คนที่จะมาเป็นเพื่อน ต้องเคารพและเห็นเพื่อนเท่าเทียมกัน น่าจะพอ ...ฉันเอง ไม่เคยวัดเพื่อนจากหน้าตา หรือเครื่องประดับภายนอก ฉันคบเพื่อนที่สมองและจิตใจ  อีกอย่าง ฉันก็เชื่อมั่นว่า คนที่ฉันเรียกว่าเพื่อน ก็คงจะเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับฉันอย่างแน่นอน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...มีคนว่าไว้ เรามีความชอบอย่างไร เรามักจะมีเพื่อนอย่างที่ชอบเสมอ ก็อาจจะจริง อย่างฉัน รักสวยรักงาม และชอบคบคนหน้าตาดี สนุกสนาน ร่าเริง เป็นคนสบายๆและเรียบง่าย เพื่อนส่วนใหญ่ก็หน้าตาดี และเป็นอย่างที่กล่าว ฉันไม่ได้เลือกคบคนที่ใบหน้าหรอกนะ แต่ฉันทำบุญมาดี จึงโชคดีต่างหาก แล้วคุณๆล่ะ โชคดีอย่างฉันบ้างหรือเปล่า ถ้าเปล่า ก็ขอให้ GOOD LUCK จ้ะ&lt;br /&gt; &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112189033674556545?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112189033674556545/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112189033674556545' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112189033674556545'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112189033674556545'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_20.html' title='ซึ้ง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112189007785772697</id><published>2005-07-19T21:02:00.000+01:00</published><updated>2005-07-20T21:08:53.816+01:00</updated><title type='text'>ดอกไม้จากคนพิเศษ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6666;"&gt;&lt;em&gt;***เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉันได้ไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านพี่สาวของสามี เป็นงานเลี้ยงเล็กๆ ผู้ร่วมงานประมาณ 30 คน&lt;br /&gt;ฉันทำอาหารไทย ไปร่วมงานด้วย 2 ชนิด คือ ไก่สะเต๊ะ และหมูหมักสำหรับย่างบนเตา สามีรับหน้าที่ย่างอาหารสำหรับผู้ร่วมงานทุกคน บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ&lt;br /&gt;...ฉันไม่ค่อยคุ้นเคยกับงานฝรั่งสักเท่าใดนัก แม้ว่าที่บ้านจะจัดงานเลี้ยงชนิดนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ เป็นเพื่อนฝูงหัวดำ และพูดภาษาเดียวกันกับฉัน มากกว่าฝรั่งหัวทอง ตาสีน้ำข้าว ...ถึงงานนี้จะมีเพียงฉัน ผู้หญิงผมดำ ตัวดำอยู่เพียงคนเดียว แต่ทุกคนก็ให้ความสำคัญกับฉัน ไม่แพ้คนอื่นๆ ...ไม่รู้เพราะไก่สะเต๊ะและหมูปิ้งของฉันหรือเปล่า ทำให้หลายๆคน ผูกขาดและวนเวียนอยู่ไม่ห่าง จะอย่างไรก็ตาม ฉันก็มีความสุขกับงานครั้งนี้ไม่น้อย&lt;br /&gt;***เรากลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว เพราะหลังงานเลิก ทุกคนแยกย้ายกันกลับ สามีและฉันก็อยู่ช่วยพี่สาวเขา เก็บกวาด ทำความสะอาดอยู่พักใหญ่ เรียกว่างานนี้ ได้ทั้งเหนื่อยและสนุกเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เช้านี้ ฉันได้เซ็นต์รับของขวัญกล่องใหญ่จากร้านมีชื่อ ...น่าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะปกติสามีไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับของมียี่ห้อพวกนี้สักเท่าไร อีกทั้งยังต่อต้านเสียด้วยซ้ำ ว่าเป็นของฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น&lt;br /&gt;ฉันโทรศัพท์บอกสามีว่ามีของขวัญมาที่บ้าน เขาเป็นคนสั่งหรือเปล่า ...10 นาทีต่อมา สามีกลับมาบ้านและบอกให้เปิดกล่องดูพร้อมๆกัน ในกล่อง เป็นดอกไม้ช่อใหญ่ สีชมพู สวยหวานเลยทีเดียว ...ฉันยิ้มอย่างยินดี เพราะคิดว่าสามีกำลังทำคะแนน หลังจากนอนหันหลังให้กันมาสองสามคืน แถมในกล่องยังมีช็อคโกแล็ตผูกโบว์สวยงามอีก ...ช่างน่ารักเสียจริง สามีของฉัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***แต่เมื่อหยิบการ์ดออกมาอ่าน พบข้อความแสดงความขอบคุณ จากพี่สาวของสามี ที่เมื่อก่อนแทบจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉันเลยก็ว่าได้ ...เราเพิ่งจะเข้ากันได้เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง หลังจากที่ฉันพาเธอไปเที่ยวเมืองไทย ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ทัศนคติที่เธอเคยมีต่อฉันในแง่ลบ เริ่มเปลี่ยนไป เราเข้าใจกันมากขึ้น และยอมรับซึ่งกันและกันมากกว่าเดิม ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***จากความประหลาดใจ ที่ได้รับดอกไม้จากเธอ และแอบผิดหวังลึกๆที่คนให้ไม่ได้เป็นสามีสุดที่รัก(ถึงแม้จะรู้อยู่ตลอดเวลาว่าสามีไม่ได้เป็นคนโรแมนติก แต่ฉันก็ยังแอบหวัง) ...กลายเป็นความซาบซึ้ง และตื้นตันใจ ที่เขาเห็นความสำคัญกับฉัน ประหนึ่งคนในครอบครัวเดียวกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***ดอกไม้ สร้างความสดใสให้โลกเสมอ โดยไม่ได้เจาะจงชนิดของดอก ไม่จำเป็นต้องคาดหวังว่าผู้ให้หรือผู้รับ ควรจะเป็นเพียงคนรักของตน เท่านี้ก็สามารถสร้างความพิเศษให้กับคนที่เรารักได้แล้ว... &lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112189007785772697?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112189007785772697/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112189007785772697' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112189007785772697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112189007785772697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_19.html' title='ดอกไม้จากคนพิเศษ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112145752481805132</id><published>2005-07-15T20:57:00.000+01:00</published><updated>2005-07-15T21:02:57.706+01:00</updated><title type='text'>ก้อนไขมัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;***กลับมาจากเมืองไทยก็ร่วมเดือนแล้ว น้ำหนักที่หอบหิ้วกลับมา 4 กิโล ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง&lt;br /&gt;จริงๆแล้ว ฉันก็เป็นคนเจ้าเนื้อมานานแล้ว สี่ห้าปีให้หลังมานี่ รูปร่าวที่เคยเพรียวบาง ก็มีอันต้องเป็นไป ..ก้อนไขมันเริ่มเกาะทุกอณูนิ้วของร่างกาย&lt;br /&gt;***แต่ด้วยความที่ผู้คนบ้านนี้เมืองนี้ จะเป็นคนรูปร่างใหญ่ อวบอัดรัดรึงเสียเป็นส่วนมาก ฉันจึงไม่ได้เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อย ว่าน้ำหนักที่ขึ้นมาร่วม สิบกิโลกรัม จะทำให้ฉันต้องทนฟังคำประนามหยามเหยียดจนแทบจะเป็นบ้า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;ทุกปีที่ฉันกลับเมืองไทย เจอพรรคพวกเพื่อนฝูงเก่าๆ แทนที่จะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ฉันกลับต้องทนฟังคำถาม เจือถากถางทุกทีไป&lt;br /&gt;*แกไปกินไรมายะ เมืองนอกเนี่ยเค้ากินควายกันเป็นตัวเหรอถึงได้บานเบอะขนาดนี้*&lt;br /&gt;*อุ๊ย แกนี่ถ้าหน้าตาไม่มีเค้าเดิมอยู่บ้าง เดินผ่านกันที่ไหนฉันคงจำไม่ได้ มาทุกปี อ้วนขึ้นทุกปีเลยนะ*&lt;br /&gt;*โห แก ไปโดนอะไรต่อยมา บวมได้ทั้งตัวแบบนี้*&lt;br /&gt;และ ฯลฯ&lt;br /&gt;.....ฉันเริ่มจิตตก หดหู่กับคำถามเหล่านี้ ความมั่นใจที่เคยมีเมื่อครั้งอยู่ที่นี่ ก็เป็นอันต้องหายไปทุกครั้งที่ฉันวางแผนจะกลับบ้านเกิด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;เพียงแค่ปีแรกที่ฉันกลับเมืองไทย หลายๆคนลงความเห็นว่าฉันอ้วนเผละ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว แถมด้วยคำเยาะเย้ย ค่อนขอด เจือน้ำเสียงดูหมิ่นเล็กๆ ทำเอาฉันลมออกหู และตัดสินใจไม่พบเพื่อนกลุ่มโตๆเหมือนอย่างเคย&lt;br /&gt;+++ก็แน่ล่ะ บ้านเราสมัยนี้ ใครๆก็นิยม สาวๆผอมบาง ออกแนวขี้โรคนิดๆ หน้าตาซีดๆ ขาวๆแบบเรืองแสงได้ (คนนะ ไม่ใช่หลอดนีออน) บางคน ดูยังไงก็เหมือนคนป่วย เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล&lt;br /&gt;แต่ก็เอาเถอะ มันเป็นเรื่องของความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ใครต้องการเป็นแบบไหน ก็เลือกที่จะเป็นกันเอาเอง แต่การที่จะจับความสวยในแบบฉบับของแต่ละคน ที่ชอบไม่เหมือนกัน มายัดเยียดใส่หัวฉันนี่สิ ทำให้ฉันต้องขุ่นเคืองทุกครั้ง บางทีรู้สึกเหมือนตัวเองโดนสะกดจิต ต้องทำใจให้ยอมรับผู้หญิงผอมๆ บางๆ ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์&lt;br /&gt;.....จนวันหนึ่ง ฉันได้พบกับน้องที่เคยรู้จัก ฉันแทบจะจำไม่ได้ จากน้องที่มีรูปร่างสูงใหญ่ มีเนื้อมีหนัง ดูยังไงก็เป็นสาวสุขภาพดี ร่าเริงแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นร่างอะไรซักอย่าง ยืนอยู่ตรงหน้า มีแต่หนังหุ้มกระดูก ตาลึกโบ๋ ..ฉันทราบจากแม่มาว่า นั่นคือผลจากการใช้ยาลดความอ้วน เธอเปลี่ยนจากการปั่นจักรยานไปออกกำลังกายที่สวนสุขภาพทุกเย็น เป็นการเข้า-ออก โรงพยาบาลทุกเดือน จากการกินยาลดความอ้วน ทำให้เธอมีปัญหาทางด้านสมอง ไม่สามารถไปเรียนได้จนต้องหยุดพักการเรียนถึง 1 ปี .....ภัยร้ายจากการใช้ยาลดความอ้วนมันมีมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;..ฉันจึงเลือกที่จะกินทุกอย่างที่อยากกิน เมื่อฉันกลับบ้าน เพราะโอกาสแบบนี้ ฉันทำได้เพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:180%;color:#663333;"&gt;***และวันนี้ ฉันก็คิดได้ ถ้าเราเลือกที่จะมีความสุขกับรูปร่างของเรา เลือกที่จะเป็นเราอย่างที่เราต้องการ เราก็ควรจะหนักแน่น ไม่หวั่นไหวกับคำพูดใครๆอีก&lt;br /&gt;.....จนถึงวันนี้ ฉันก็ยังอยากสลัดเจ้าก้อนไขมันที่พกมา แต่ฉันก็ล้มเลิกความคิด อยากผอมเพื่อเอาใจใครต่อใคร และฉันก็คงจะเลือกที่จะลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงจะได้อยู่กับฉันต่อไปนานๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***ถ้าฉันไม่สร้างกำลังใจให้ตัวฉันเอง ฉันก็เชื่อว่า ไม่มีใคร หน้าไหน มาให้กำลังใจฉันได้หรอก...&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112145752481805132?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112145752481805132/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112145752481805132' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112145752481805132'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112145752481805132'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_15.html' title='ก้อนไขมัน'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112137662880995189</id><published>2005-07-11T22:27:00.000+01:00</published><updated>2005-07-14T22:30:28.816+01:00</updated><title type='text'>ขอประนามและสาปแช่ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#990000;"&gt;เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมา ฉันกลับจากคลินิกในช่วงเช้า ก็ยกหูโทรศัพท์คุยกับแม่อย่างที่เคยทำอยู่ประจำ&lt;br /&gt;...หลังจากคุยโทรศัพท์ รับรู้ความเป็นอยู่ของคนไกลแล้ว ฉันเข้าครัวจัดการอาหารเช้า ...ขณะรับประทานอยู่ เพื่อนตัวดีก็โทรมาหา เสียงปลายสายบอกถึงความตื่นตระหนก ฟังไม่ได้ศัพท์ จับความได้ว่า ให้เปิดดูรายการข่าวด่วนในโทรทัศน์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#990000;"&gt;...เกิดเหตุระเบิดพร้อมกัน หลายจุดในกรุงลอนดอน เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ ที่ห่างจากบ้านฉัน เพียงแค่ครึ่งชั่วโมง มีคนบาดเจ็บ ล้มตายจำนวนไม่น้อย&lt;br /&gt;...คุณพระคุณเจ้า ทำไมผู้คนถึงได้มีจิตใจโหดเหี้ยมกันนัก ถึงฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยแม้แต่จะได้พบปะหรือ เห็นหน้าค่าตากันมาก่อน โชคดี เพื่อนของฉันทุกคนที่อยู่ในลอนดอนปลอดภัย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#990000;"&gt;...ฉันรู้สึกหดหู่อีกครั้ง เพราะเหตุใด คนบางคนถึงได้มีความเชื่ออย่างแรงกล้าในการกระทำการอุกอาจ  ฉันไม่เคยได้คำตอบจากการกระทำของพวกเขาเหล่านั้น ได้แต่สงสัยอยู่ทุกคราที่ได้ยินข่าวระเบิดที่นั่น ยิงกันที่นี่ ว่าพวกเขาได้อะไรจากการก่อการร้ายนั่นบ้าง นอกจากสร้างความเจ็บปวด ร้าวฉาน ระหว่างเผ่าพันธุ์ ระหว่างเชื้อชาติ ศาสนา ...นอกจากสร้างความเกลียดชังต่อกัน ฆ่าแกงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นแล้ว ยังมีการสร้างสรรค์อันใดอีกที่พวกเขาพอจะมองเห็น&lt;br /&gt;...บางคนยอมแม้กระทั่งพลีร่างของตัวเอง เพราะความศรัทธา ยึดมั่นในสิ่งที่ตนเชื่ออย่างเต็มหัวใจ ฉันก็ใคร่รู้ว่า หลังจากร่างนั้นดับสูญแล้ว พวกเขาจะได้มองเห็นความสุขอยู่ที่ปลายภพอีกฟากหรือไม่&lt;br /&gt;...เพราะทิฐิที่ต่างมีกันในตัวมากไปหรือไม่ ที่ทำให้ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครหันหน้าเข้ามาพูดจากกันดีๆ&lt;br /&gt;...หรือพวกเขาเหล่านั้น เป็นพระอิฐพระปูน หรือเป็นแค่ก้อนหินก้อนหนึ่ง ที่ไม่เคยรู้ร้อน รู้หนาว ไม่เคยมีหัวใจให้กับคนที่รัก ถึงได้เข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์ได้อย่างเลือดเย็น&lt;br /&gt;...หรือพวกเขาเหล่านั้น เป็นผีห่าซาตานในร่างมนุษย์เดินดิน ถึงได้กระหายเลือดกระหายสงครามกันนัก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#990000;"&gt;ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นมวลใดก็ตาม ฉันขอประนามและสาปแช่งคนเหล่านั้น ให้อย่าได้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิดหวังไว้อีกเลย ทุกภพ ทุกชาติไป&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112137662880995189?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112137662880995189/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112137662880995189' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112137662880995189'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112137662880995189'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post_11.html' title='ขอประนามและสาปแช่ง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-112129532788199030</id><published>2005-07-04T23:52:00.000+01:00</published><updated>2005-07-13T23:56:40.890+01:00</updated><title type='text'>น้องของพ่อ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#330000;"&gt;กลับบ้านคราวนี้ พบกับข่าวที่ไม่น่ายินดี...&lt;br /&gt;เมื่อสองปีที่แล้ว พ่อฉันป่วยหนัก ฉันต้องกลับไปทำหน้าที่ลูก ดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็พอให้ท่านได้ชื่นใจ..อย่างน้อยสามีก็ไม่ใจดำให้ลูกสาวคนเดียวอย่างฉันต้องจมน้ำตา รีบซื้อตั๋วเครื่องบินให้กลับบ้านทันที เมื่อรู้ว่าท่านอยู่ในสภาพใด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คราวนี้ ถึงตา..น้องของพ่อฉันบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาของฉัน.. คนแรก ป่วยเมื่อต้นปี สารพัดโรครุมเร้า และแน่นอน โรคเบาหวาน โรคจากอาหารการกิน และกรรมพันธุ์ จะไปไหนเสีย .... ย่าฉันใจดี รักลูกเท่ากัน เลยแบ่งให้ทั่วถึงกันทุกคน (ได้แต่แอบหวังในใจลึกๆว่า ย่าคงจะไม่รักหลานอย่างฉันจนเกินไป ถึงขนาดให้มรดกฉันเป็นเบาหวาน หรือโรคหัวใจหรอกนะ)&lt;br /&gt;....อาของฉันคนนี้ นิสัยคล้ายๆพ่อ คือดื้อรั้น และตามใจปากมากกว่าตามใจภรรยาและลูกๆ ที่แสนจะรักและห่วงใย คอยปรามเรื่องอาหารการกินอยู่เสมอ แน่นอนล่ะ น้องของพ่อคนนี้ก็เหมือนพ่อฉันเสียเหลือเกิน จนสุดท้ายก็ต้องจบลงที่โรงพยาบาลให้ลูกเมียต้องดูแล .... ผู้ชายตระกูลนี้เห็นแก่ตัวกันทุกคนหรือไร ไม่รู้จักรักษาตัวเองกันบ้างเลย (ฉันแอบคิดเบาๆ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาของฉัน..คนที่สอง เป็นคนที่ฉันสนิทด้วยที่สุด เป็นน้องของพ่อที่ทำให้ฉันรักและแค้นได้ในเวลาไล่เลี่ยกัน&lt;br /&gt;เมื่อฉันยังเล็กๆ อาของฉันคนนี้ เป็นฮีโร่ในดวงใจ ทุกครั้งที่อากลับมาจากป่า(เพราะเป็นตำรวจตระเวนชายแดน) ฉันมักจะโผเข้าหาด้วยความดีใจอย่างที่สุด เพราะนอกจากจะมีม้าให้ฉันขี่คอวิ่งเล่นรอบบ้านแล้ว ยังมีอาหารป่าแปลกๆ ให้ฉันต้องได้ตาโตทุกที จะค่าง บ่าง ชะนี กระทิง หรือสารพัดงู ฉันลองมาแล้วเกือบทั้งนั้น ...ด้วยความเป็นเด็ก ฉันจึงไม่กลัวที่จะลองของประหลาดๆ ผิดกับแม่ที่ต้องออกแรงด่าอาทุกครั้ง เมื่อเห็นฉันนั่งแทะขากระรอกน้อยๆทอดกรอบ หรือตักแกงปลาไหลในหม้อมาราดข้าวร้อนๆ กินอย่างหน้าตาเฉย&lt;br /&gt;แต่วันนี้...ภาพผู้ชายร่างสูงใหญ่ในอดีต สะพายปืนกลับบ้านทุกครั้งที่ออกจากป่า กลายเป็นอดีต&lt;br /&gt;....อาของฉันนอนนิ่งบนเตียง ในโรงพยาบาล ผอมซูบเซียว ไม่สามารถสื่อสารกับใครได้อีก มันบีบเค้นหัวใจฉัน จนต้องเบือนหน้ากลืนน้ำตาให้ไหลข้างใน ไม่มีใครหาสาเหตุการป่วยของอาฉันได้ สิ่งที่ทุกคนทำได้ดีที่สุดคือ คอยให้กำลังใจร่างข้างหน้าที่ไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ ฉันกลับบ้านพร้อมด้วยคำถามมากมาย และคำตอบที่ได้มีอยู่แค่คำตอบเดียว&lt;br /&gt;เลิกเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ด้วยการเอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....ฉันว่า ถ้าตัวเรามีความสุขแล้ว รังสีแห่งความสุขนั้น ก็คงจะแผ่ขยายไปถึงคนรอบข้างอย่างไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน...&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-112129532788199030?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/112129532788199030/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=112129532788199030' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112129532788199030'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/112129532788199030'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/07/blog-post.html' title='น้องของพ่อ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110833205006956896</id><published>2005-02-13T21:59:00.000Z</published><updated>2005-02-13T22:03:53.940Z</updated><title type='text'>วันแห่งความรัก</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;*****เป็นวันที่หนุ่มๆ โดยเฉพาะสาวๆ ตั้งหน้าตั้งตารอ บ้างก็รอของขวัญ บ้างก็รอดอกไม้&lt;br /&gt;บ้างก็รอคอยคู่ของตัวทำอะไรพิเศษๆให้กัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;*****ฉันรู้จักวันแห่งความรักตั้งแต่เริ่มเข้าโรงเรียนชั้นประถม ...ในความทรงจำสีขาวดำนั้น วันแห่งความรัก คือวันที่จะได้ติดสติกเกอร์รูปหัวใจเต็มอกเสื้อ บางครั้งก็ได้ดอกกุหลาบทำจากริบบิ้นผ้าเล็กๆ ที่คุณครูให้ทำในวิชางานฝีมือก่อนวันแห่งความรักไม่กี่วัน การเป็นที่รักของใครสักกี่คนในครั้งนั้น วัดกันจากสติกเกอร์รูปหัวใจที่ได้ ใครได้มากก็แสดงว่ามีคนรักมากมาย บางคนก็แอบขี้โกงด้วยการซื้อสติกเกอร์มาติดเสื้อตัวเอง รวมไปถึงกระเป๋านักเรียน หรือตามหน้าสมุดหนังสือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;*****พอเริ่มโต ก็เริ่มรู้จักวันแห่งความรัก ในมุมมองของวัยรุ่น ฉันจำได้ มีเพื่อนนักเรียนต่างชั้นเรียน นัดไปทานไอศกรีมร้านข้างๆโรงเรียน มีคนรู้จักแม่ไปเห็นเข้า ผลที่ฉันได้รับคือ โดนแม่ฟาดน่องลายไปหลายวัน และเพื่อนคนนั้นก็ค่อยๆ ห่างหายไป&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;*****เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยสาว มีแมลงมากหน้าหลายตามาวนเวียน วันแห่งความรักของฉัน จึงเต็มไปด้วยดอกไม้และของขวัญชิ้นเล็กชิ้นน้อยจากหนุ่มๆ แต่ใจฉันกลับนึกถึงคนที่บ้าน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;+++++วันแห่งความรัก เป็นวันสำหรับหนุ่มและสาวเท่านั้นหรือ ฉันเคยคิดสงสัย ของขวัญ ของกำนัลที่นำมาวางจำหน่ายเต็มห้างร้านนั้น เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีความรักฉันท์ผู้หญิงรักผู้ชายใช่ไหม ....แล้วพ่อและแม่ล่ะ ท่านควรจะได้รับความรักจากฉันหรือไม่&lt;br /&gt;ตอนนี้ฉันโต มีครอบครัวเป็นของตัวเอง วันแห่งความรัก ไม่ใช่แค่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเสียแล้ว&lt;br /&gt;เพราะมันคือทุกๆวัน ที่ทุกๆลมหายใจเข้าออกของฉันเป็นสามี มันคือทุกๆนาที ที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#003300;"&gt;*****ถ้าอยากมีความสุขนานๆ จงอย่ากำหนดวันแค่วันเดียวในหนึ่งปีให้เป็นวันแห่งความรัก แต่จงกำหนดทุกวัน ทุกเวลาให้รักใครสักคนอย่างหมดหัวใจเถิด &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110833205006956896?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110833205006956896/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110833205006956896' title='7 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110833205006956896'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110833205006956896'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/02/blog-post_13.html' title='วันแห่งความรัก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>7</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110728769214125944</id><published>2005-02-01T19:51:00.000Z</published><updated>2005-02-11T15:17:35.693Z</updated><title type='text'>ทะเล</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#330000;"&gt;หวานกันมาหลายวัน จนหลายๆคนเริ่มคล้อยเคลิ้ม และบางคนเริ่มหน่าย เผลอๆ อาจจะแอบอาเจียนเพราะความเลี่ยน อยู่เป็นได้&lt;br /&gt;วันนี้ มาว่ากันเรื่องทะเล ดีไหม ...ถ้ามาคุยกันเรื่องสถานที่ ที่ฉันอยากไปมากที่สุดล่ะก็ ฉันตอบได้เสียงดังชัดเจน อย่างไม่ลังเลเลยว่า ทะเล&lt;br /&gt;ทะเลมีดีมากมาย เป็นแหล่งรวมสารพัดอาหารที่ฉันโปรดปราน นอกจาก กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ฉันโปรดปรานแล้ว ยังมีสารพัดสัตว์น้ำที่ฉันชอบกินอีกด้วย เช่น ปลิงทะเล สาหร่ายทะเล หรือแม้แต่แมงกระพรุนกรุบกรอบ&lt;br /&gt;ทะเลสวยทุกที่และทุกฤดู หน้าร้อนสีสันน้ำทะเลจัดจ้าน ท้าทายให้ไประเริงร่าลอยคอ ...ใต้น้ำทะเลสีงามยังมีสรรพสัตว์ว่ายวนกวักมือเรียกให้ไปดำผุดดำว่ายกับหมู่ปลาการ์ตูน เชยชมดอกไม้ทะเล ปะการังสารพัดสี ที่ไม่มีจิตรกรหน้าไหนกล้ารังสรรค์ผลงานสู้มหาสมุทร&lt;br /&gt;.....คุณเคยไปทะเลหน้าฝนไหม ถ้าไม่เคย ลองหาโอกาสไปดูสักครั้ง แแล้วจะพบว่า เหมือนถูกเวทมนต์ประหลาด สะกดจิตใจ ให้หลงใหลในเสน่ห์ของเธอ แค่ได้มองออกไปไกลๆ ฟังเสียงสายฝนตกกระทบคลื่น ก็พาให้เคลิ้มไป ราวกับได้ฟังทิพยดนตรีจากเมืองแมน ลองหลับตาแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คุณจะพบว่าดนตรีที่คุณฟังอยู่นั้น มีกลิ่นหอมจางๆลอยมาจรรโลงหัวใจให้เป็นสุข อย่างประหลาดล้ำ&lt;br /&gt;ฉันหลงทะเลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ถ้าครอบครัวคือสิ่งที่ฉันรักที่สุดแล้ว ทะเลก็เป็นอันดับถัดมาที่ฉันพร้อมจะมอบใจให้&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่มีโอกาส ฉันมักจะไปทะเล ถ้ามีวันหยุดหลายวัน ฉันก็มักใช้เวลานานๆอยู่กับทะเล ทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะนั่งเรือออกไปตามเกาะแก่งน้อยใหญ่ การดำน้ำลึกลงไปนอนเกลือกกลิ้งบนทรายขาวใต้ท้องทะเลมทำให้ฉันมีความสุขราวกับได้ขึ้นสวรรค์ ได้ว่ายน้ำแข่งกับฝูงปลาตัวน้อย ถึงจะแพ้เจ้าถิ่น แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ ตรงกันข้าม กลับเต็มปรี่ไปด้วยความยินดี ที่ได้เกิดมาร่วมใช้โลกใบเดียวกัน&lt;br /&gt;ทะเล เป็นเหมือนเพื่อน ที่คอยรับรู้ทุกข์และสุขของฉันหลายหน&lt;br /&gt;ยามฉันท้อแท้ เหนื่อยล้า ไม่มีคำพูดใดๆจากปาก แต่ดูเหมือนทะเลได้ยิน และรับรู้ หาดทรายขาวสะอาดคอยซับน้ำตาให้เหือดหาย&lt;br /&gt;ฉันได้ยินเสียงทะเลหัวเราะ เมื่อเราตั้งวงกินเหล้า ร้องรำทำเพลงในคืนพระจันทร์เต็มดวง เวลาเมาหนัก ทะเลจะขยับตัวเบาๆให้ฉันหัวทิ่ม เพื่อบอกว่าได้เวลาเข้านอน&lt;br /&gt;ทะเล เป็นพยานรับรู้สัญญาของชายคนหนึ่งที่มอบไว้ ...ว่าเขาจะกลับมา เพื่อเริ่มต้นสร้างชีวิตครอบครัวกับฉัน และ เขาก็ทำตามคำมั่นหมายที่มีไว้ กับทะเลที่ฉันรัก จริง จริง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ป.ล.พยายามแล้วที่จะไม่โรแมนติกไม่เชื่อก็ฟังเพลงสิ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;BGSOUND src="http://home.ripway.com/2005-1/245824/01Clandestino.wma" LOOP=5&gt;&lt;br /&gt;&lt;/ใส่เพลง&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110728769214125944?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110728769214125944/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110728769214125944' title='10 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110728769214125944'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110728769214125944'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/02/blog-post.html' title='ทะเล'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>10</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110712963308590367</id><published>2005-01-30T20:36:00.000Z</published><updated>2005-01-31T00:21:40.356Z</updated><title type='text'>ลิ้นกับฟัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;เป็นคำเปรียบเทียบที่ไม่เคยล้าสมัย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;****ในวัยเด็ก น้องและฉัน เราเหมือนลิ้นกับฟัน ที่กระทบกระทั่งกันเป็นประจำ กรรมการที่คอยห้ามมวยคู่เอกประจำบ้านก็คือแม่ ผู้ที่ได้รับชัยชนะอยู่ประจำก็คือน้องชาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ฉันเป็นพี่ เป็นผู้ที่เสียสละ ฉันไม่เคยเห็นด้วยและไม่เคยยอมรับในเหตุผลที่ลำเอียงของแม่เลยสักครั้ง&lt;br /&gt;....จนถึงทุกวันนี้ ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องยอม ....ฉันประกาศไม่ยอมรับกติกาของแม่ จนถึงกับฝังจิตฝังใจว่า ในชั่วชีวิตนี้ ฉันขอมีลูกเพียงคนเดียว เพราะไม่อยากให้ลูกคิดว่าแม่ลำเอียง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;****จนโต มีครอบครัว คู่ชกใหม่ของฉันคือสามี จำได้ว่าแรกแต่งงาน เราทะเลาะกันบ่อยมาก ถี่ขนาด ฉันทนไม่ได้ต้องจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมอำลาชีวิตคู่โดยที่ลืมนึกไปว่า เพิ่งจะแต่งงานได้ไม่ทันข้ามปี&lt;br /&gt;ความเหงา ความรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสิ่งรอบตัว เป็นเหตุผลใหญ่เหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่อบอุ่นและอ้างว้าง สิ่งที่ฉันต้องการอยู่ตลอดเวลา ก็คือความรักและเอาใจใส่จากคนที่ฉันรัก&lt;br /&gt;....ในเมื่อฉันต้องจากคนที่รัก ตั้งมากมายในครอบครัว มาใช้ชีวิตอยู่กับชายแปลกหน้า มันจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ฉันต้องเรียกร้องความสนใจจากเขาผู้ใกล้ชิดฉันที่สุด เพียงคนเดียวเท่านั้น ..และสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาทำได้ก็คือ เอาใจใส่ ดูแลทุกอย่างในชีวิตฉัน เติมเต็มในส่วนที่ฉันขาด&lt;br /&gt;แต่ชีวิตคนเรา หาได้ผูกขาดเป็นผู้รับ หรือผู้ให้ฝ่ายเดียวไม่ ...ในบางอารมณ์ เขาไม่สามารถเอาใจผู้หญิงแบบฉันได้ เราก็มักจบลงที่การทะเลาะเบาะแว้ง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;เขาทำงานหนัก เหนื่อยล้า ฉันเหงา ขาดคนห้อมล้อม ความไม่เข้าใจก็เกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;ความเป็นผู้หญิงปากแข็งของฉัน เมื่อเจอกับนิสัยเฉยๆของเขาแล้ว ช่างเหมือนน้ำกับน้ำมัน ที่ไม่เคยจะเข้ากันได้ บางครั้งอยากจะบอกว่ารัก แต่เห็นหน้าตาเฉยๆแล้วก็เปลี่ยนใจ โดยที่ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเขาก็รอฟังคำนั้นอยู่ เมื่อต่างคนต่างรีรอ แต่ไม่เคยคิดจะพูดออกมา ความสับสนในกันและกันก็ทวีคูณ กลายเป็นความเข้าใจผิด คิดว่ารักที่มีให้กันลดน้อยลง ความน้อยอกน้อยใจ ก็ตามมา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;....เวลาผ่านไป ฉันโต ฉันคิดได้....&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;ปัญหาบางครั้ง เป็นแค่ปัญหาเล็กๆ ที่เข้าใจไม่ตรงกัน ฉันมักจะทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่เสมอ ความห่างไกลพ่อแม่ ญาติพี่น้องเป็นเพียงข้ออ้าง ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;****ฉันเปลี่ยนไป ฉันเข้าไปนั่งในหัวใจเขามากขึ้น ดูแลเขามากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;ความไม่เข้าใจกัน ความเห็นบางอย่างไม่ตรงกัน มีบ้าง ..ในบางครั้ง แต่ไม่หนักหนาสาหัสอย่างวันเก่าก่อน เพราะเราเปิดเผยกันมากขึ้น ...รักแท้ไม่มีคำว่าเสียฟอร์ม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;****ฉันรู้แล้วว่า ถ้าเราลดทิฐิในใจ หันมาพูดคำว่าเสียใจ และขอโทษให้มากขึ้น ปัญหาที่ว่าใหญ่ ก็คลี่คลายไปได้อย่างง่ายดาย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;****ฉันรู้แล้วว่า ไม่มีอะไร จะยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้อภัยคนที่รัก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;...วันนี้ คุณเลิกเก๊กหน้ายักษ์ แล้วหันมาทำหน้า(น่า)รัก ให้คนที่คุณรักหรือยัง...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#660000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000"&lt;br /&gt;codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/&lt;br /&gt;swflash.cab#version=5,0,0,0" width="0" height="0"&gt;&lt;br /&gt;&lt;param name=movie value="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?2190"&gt;&lt;br /&gt;&lt;param name=quality value=high&gt;&lt;br /&gt;&lt;param name=menu value=false&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed src=http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?2190&lt;br /&gt;quality=high pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/&lt;br /&gt;download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash"&lt;br /&gt;type="application/x-shockwave-flash" width="0" height="0"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110712963308590367?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110712963308590367/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110712963308590367' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110712963308590367'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110712963308590367'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/01/blog-post_30.html' title='ลิ้นกับฟัน'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110685633279020834</id><published>2005-01-27T19:58:00.000Z</published><updated>2005-01-27T21:35:06.636Z</updated><title type='text'>อยากมีรัก</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;&lt;span style="font-family:courier new;"&gt;&lt;span style="color:#663366;"&gt;****อย่าเพิ่งเข้าใจผิด หรือคิดว่าฉันกำลังมีปัญหากับคนขับรถที่บ้านจนอยากหารักใหม่แต่อย่างใด...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;****สิ่งที่ฉันนำเสนอในวันนี้ สำหรับเพื่อนพ้อง น้องพี่ ที่ยังโสด(ที่อาจจะสดบ้าง เหี่ยวบ้าง) รวมทั้งผู้ยากไร้คนรักข้างกายต่างหากเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนอยากพบกับคนที่ใช่ อยากลงเอยกับคนที่ชอบ ฉันเชื่อว่า พรหมลิขิตจากเบื้องบนและสองหัวใจที่มุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะสมหวังได้รักนั้นมาครอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางเวลา ในชีวิตคนเรา มันก็เหงาและอ้างว้างเหลือเกิน การที่จะมีใครสักคน อยู่ใกล้ๆ ให้ได้ยินเสียงเมื่อยามเดียวดาย ก็เพียงพอแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยามเหนื่อยล้า และอ่อนแรง แค่มีคนข้างๆ ส่งน้ำเย็นๆสักแก้วให้ดื่ม ก็ราวกับถูกราดรดด้วยหยดหยาดทิพย์ลงบนหัวใจที่เหี่ยวเฉาให้กลับสดใสขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เคยไหม ที่เดินอยู่บนถนนสายหลัก ที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย แต่กลับรู้สึกปล่าวเปลี่ยว มืดมนจนหนาวสั่น อยากมีแค่ดวงไฟเล็กๆสักดวง ส่องนำทางและให้ความอบอุ่น ถ้ามีมือน้อยๆส่งเทียนไขที่จุดสว่างให้สักเล่ม คงไม่มีใครไม่ซาบซึ้งในน้ำใจนั่นเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;****แต่การวิ่งหาความรัก ควาญหาคนที่รัก ไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนเคยว่าไว้ ความรักชอบเล่นซ่อนหา ยิ่งไขว่คว้า ก็ยิ่งไม่เจอ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเคยวิ่งไล่จับหัวใจใครคนหนึ่ง ผลที่ได้รับคือความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่เวลาก็เยียวยาแผลนั้นให้หาย คงเหลือไว้แค่แผลเป็นเล็กๆให้จดจำไว้เป็นบทเรียน แล้วฉันก็ออกวิ่งด้วยสองขาที่มั่นคง พร้อมหัวใจหนึ่งดวงที่เด็ดเดี่ยวอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่เคยเข็ดในรักที่ไม่สมหวัง ตรงกันข้าม ฉันนำประสบการณ์ มาประกอบการตัดสินใจครั้งใหม่ ฉันคิด ฉันรอบคอบ ความทุกข์แสนสาหัสที่เคยมี ก็บรรเทาเบาบาง ฉันคิดถูก คนเราถ้าเคยผ่านสมรภูมิรักมาบ้าง ก็มีภูมิต้านทานมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;****บางครั้ง คนเรา ไม่ได้ต้องการแค่เป็นผู้ถูกรัก แค่การได้รักใครสักคน หัวใจมันก็สุขจนล้นปรี่อยู่แล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางที การแค่ได้ออกเดินบนถนนสายเก่า ลองรวบรวมความกล้า ทักทายผู้คนที่เดินสวนมา สามารถสร้างสีสันให้ชีวิตซีดๆของเราได้ ถึงแม้สิบคนที่เราทักทาย มองเราเป็นตัวประหลาด หรือไม่ปกติในสังคม แต่ถ้ามีใครเพียงหนึ่งคน ยิ้มรับไมตรีและทักทายกลับมา เท่านั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่า โลกใบนี้ยังสดใส และยังมีใครคนหนึ่ง ยืนรอรับน้ำใจของเราอยู่ด้วยความเต็มใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ใครที่อยากมีรัก ก็ลองหัดรักดู มันไม่ใช่เรื่องยากเย็นจนเกินไปนักไม่ใช่หรือ ที่จะเอ่ยปากชวนป้าแว่นที่นั่งทำงานโต๊ะข้างๆไปกินข้าว หรือชวนน้องคนสวยแผนกการเงินไปดูหนัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;****การเปิดใจให้กว้าง ทักทายประสบการณ์ใหม่ๆ สิ่งที่ได้รับ อาจจะมีคุณค่า มากกว่าค้นหาคนที่ใช่จากในตำราก็เป็นได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การจะหาคนที่รักสักคน อาจจะต้องเดินออกมาจากกรอบที่ตัวเองวางไว้ แล้วศึกษาสิ่งใหม่ๆ รอบตัวดูบ้าง ใครจะรู้ เพชรที่คุณกำลังหาอยู่ อาจจะอยู่ในกอผักบุ้งข้างบ้าน ก็ได้ นะคะ ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;object codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/ swflash.cab#version=5,0,0,0" height="0" width="0" classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000"&gt;&lt;param name="_cx" value="26"&gt;&lt;param name="_cy" value="26"&gt;&lt;param name="FlashVars" value=""&gt;&lt;param name="Movie" value="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?231"&gt;&lt;param name="Src" value="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?231"&gt;&lt;param name="WMode" value="Window"&gt;&lt;param name="Play" value="-1"&gt;&lt;param name="Loop" value="-1"&gt;&lt;param name="Quality" value="High"&gt;&lt;param name="SAlign" value=""&gt;&lt;param name="Menu" value="0"&gt;&lt;param name="Base" value=""&gt;&lt;param name="AllowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;param name="Scale" value="ShowAll"&gt;&lt;param name="DeviceFont" value="0"&gt;&lt;param name="EmbedMovie" value="0"&gt;&lt;param name="BGColor" value=""&gt;&lt;param name="SWRemote" value=""&gt;&lt;param name="MovieData" value=""&gt;&lt;param name="SeamlessTabbing" value="1"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed src="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?231" quality="high" pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/ download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash" type="application/x-shockwave-flash" width="0" height="0"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;/object&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110685633279020834?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110685633279020834/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110685633279020834' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110685633279020834'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110685633279020834'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/01/blog-post_27.html' title='อยากมีรัก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110617486457158918</id><published>2005-01-19T22:44:00.000Z</published><updated>2005-07-31T18:26:55.876+01:00</updated><title type='text'>ฝน</title><content type='html'>&lt;span style="color:#333300;"&gt;วันนี้ฝนตกหนัก กลิ่นดินจางๆทำให้นึกถึงเมื่อฉันยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆผอมๆ ฉันชอบหนักหนาเวลาฝนเริ่มตก หอบเอาไอดินหอมๆยั่วยวนให้ฉันออกไปเต้นระบำกลางหาว เนื้อตัวเปียกปอน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333300;"&gt;ฉันหิ้วถังพลาสติกเล็กๆสีแดงคู่ใจ ออกไปกลางลานบ้าน รองรับน้ำเสียจนเต็ม แล้วเทรดราดบนตัวที่เปียกปอนอยู่แล้วเพราะน้ำฝนให้เปียกยิ่งขึ้นไปอีก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม แต่รู้ว่ามีความสุขที่สุดในโลก ...บางครั้งความสุขของคนเราก็เกิดขึ้นได้อย่างไร้เหตุผล&lt;br /&gt;ยิ่งหลังฝนตกใหม่ๆตอนหัวค่ำแล้วล่ะก็ ฉันและเด็กๆแถวบ้านจะสนุกสนานกันเป็นพิเศษเพราะจะมีกิจกรรมล่าแมงเม่าที่บินออกจากรังมาเล่นแสงไฟ ด้วยการขอยืมกะละมังซักผ้าใบโตๆ ใส่น้ำจนเต็มแล้ววางไว้ใต้หลอดไฟฟ้าที่เปิดสว่างโร่ทั่วบ้าน รอเวลาเหล่าแมงเม่าโชคร้ายเหล่านั้นมาหลงกับดักตกลงไป ปีกบางๆเมื่อถูกน้ำก็ราวกับกระดาษเปียก ที่ยกขึ้น ก็รังแต่จะขาดวิ่น เราช่วยกันช้อนแมงเม่าใส่กระชอนให้ผู้ใหญ่คั่วเกลือ เคี้ยวเล่นเต็มๆมันๆ สนุกปากนัก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333300;"&gt;ไม่เพียงแค่นั้น เหล่าตั๊กแตนแตกฮือจากทุ่งนามาเล่นแสงนีออน เกาะตามฝาผนังกันให้พรืด พวกเราตื่นเต้นกับการจับเจ้าตาใสไม่แพ้แมงเม่าเลยทีเดียว เสียงผู้ใหญ่ร้องบอกให้เลือกจับแต่ตัวโตๆ ใส่ขวดสะอาดกลมเกลี้ยงไว้ เจ้าตัวเล็กตัวน้อยนั้นห้ามแตะต้อง เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีตั๊กแตนให้วิ่งไล่จับในคืนหลังฝนอีกต่อไป ....ได้ตั๊กแตนเต็มขวดแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ ที่นำตั๊กแตนไปสรงน้ำแล้วคั่วเกลือเช่นเดียวกับแมงเม่า อร่อยนักหนาแต่ก็ต้องระวังขาที่เต็มไปด้วยหนามเล็กๆนั่นให้ดี เพราะบาดกระพุ้งแก้มเข้าแล้วจะอดกินข้าวมื้ออร่อยไปอีกหลายวัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333300;"&gt;ในวัยนั้น คงน้อยคนนักที่จะนึกถึงเรื่องบาปกรรมของการกลืนเหล่าแมลงอายุสั้นลงท้อง เพราะสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือ ความสนุกสนาน และมีโอกาสได้คุยกับเพื่อนมากมายในเวลาย่ำค่ำ เผลอๆ ได้มีโอกาสนอนดึก ซึ่งก็ไม่บ่อยที่จะได้ทำเช่นนี้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333300;"&gt;พอเริ่มโตความผูกพันระหว่างฉันกับฝนเริ่มน้อยลง ฉันเลือกที่จะนั่งริมหน้าต่าง มองดูเม็ดฝนปรอยๆแล้วปล่อยใจให้ล่องลอยไปไกลๆมากกว่า&lt;br /&gt;ความรู้สึกลิงโลดเมื่อเห็นฝนตั้งเค้าอย่างวันเก่าก่อนนั้นหายไป เพราะฉันกลัวเปียกปอน&lt;br /&gt;กังวลว่าตัวเองจะเป็นไข้นอนซม ห่วงผมที่เพิ่งเซ็ทมาจากร้านจะลีบลู่จนเสียทรง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#333300;"&gt;หรือเพราะวัยที่โตขึ้น ความกล้าที่เคยมีหายไป หรือเพราะฉันมีเพื่อนใหม่ ฉันจึงไม่เคยเยี่ยมหน้าออกไปทักทายสายฝนเหมือนเคย&lt;br /&gt;หรือเพราะฉันหยาบกร้านเกินไป จึงไม่เคยคิดที่จะสัมผัสความใส ฉ่ำเย็นของฝนพร่างพรายอย่างที่เคยทำเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยหิ้วกระป๋องแดง...&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110617486457158918?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110617486457158918/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110617486457158918' title='5 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110617486457158918'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110617486457158918'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/01/blog-post_19.html' title='ฝน'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110565919389005467</id><published>2005-01-13T23:22:00.000Z</published><updated>2005-01-22T18:34:05.683Z</updated><title type='text'>ภาษารัก</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;หายหน้าหายตาไปหลายวัน เพราะความทุกข์ระทมในหัวอกจากการเสียเพื่อนอันเป็นที่รักเพิ่งจะบรรเทา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;***วันนี้ฉันขอเขียนเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ที่หลายเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์มองเห็นเป็นสิ่งที่น่าละอายและสมควรจะถูกปกปิด ซ่อนเร้นไว้อย่างมิดชิด สักคราเถิด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;อันว่าด้วยเรื่องกามารมณ์ นั้นเป็นเรื่องธรรมชาติที่ใกล้ชิดมนุษย์ในวัยเจริญพันธุ์กันทุกคน&lt;br /&gt;ไฉนยังมีคนหลายคนประนามหยามหยัน หรือมองเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องสกปรก น่ารังเกียจ และไม่สร้างสรรค์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;ฉันว่า ถ้าเราลองมาสนทนา ถกกันโดยไม่ต้องถอง ก็น่าจะได้สาระอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;***เรื่องกามารมณ์ หรือเรื่องเซ็กส์ สำหรับฉันแล้ว เป็นเรื่องปกติและสวยงามอยู่เสมอ&lt;br /&gt;อีกอย่าง ถ้าวัยเกินแกงอย่างฉันมานั่งเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็คงไม่ขัดหูขัดตาใครๆสักเท่าใด ลองเด็กสาวๆวัยกระเตาะมานั่งสนทนาปัญหาเซ็กส์สิ คงได้ปั่นป่วนกันทั้งเมือง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;+++เซ็กส์ครั้งแรกของฉัน เป็นประสบการณ์ที่ชวนหัวอยู่ไม่น้อย เพราะเราทั้งคู่ต่างก็เป็นคนแรกของกันและกัน กว่าจะผ่านกันครบทุกขั้นตอน ก็เล่นเอาเสียเหงื่อ จะไม่ให้หอบลิ้นห้อยกันได้อย่างไร ในเมื่อมือใหม่ทั้งคู่ จะดีหน่อยก็ตรงที่ เคยผ่านหูผ่านตามาบ้างจากหนังสือแนวโรแมนติก หรือหนังฝรั่งที่มีแต่ภาพเล้าโลมไม่ได้ล่วงลึกไปไกลกว่านั้น ไม่เช่นนั้น คงจะต้องใช้เวลากันครึ่งค่อนวัน กว่าจะหาธรณีสวรรค์เจอ ...ฉันกับเขา รักและใคร่กันเป็นเวลาถึง 4 ปี แต่เมื่อความรักของเราทั้งสองหมดลง ความใคร่ก็ได้ตายตามไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;+++เซ็กส์ครั้งต่อมา ฉันรู้สึกด้อยค่าอย่างบอกไม่ถูก เพราะผู้ชายคนที่ฉันรักนั้นมีแต่ความใคร่&lt;br /&gt;บ่อยครั้งที่เขาสุขสม แต่ปล่อยให้ฉันงมปากทางสู่วิมานชั้นเจ็ดอยู่คนเดียว ฉันถึงได้ตระหนักว่า เรื่องรักๆใคร่ๆมันต้องเกิดจากความขยันหมั่นเพียร เกิดจากความสามัคคีของทั้งสองคน ขอย้ำว่าสองคนก็เกินพอ หากหลายๆคนก็คงจะเป็นการทำงานเป็นทีม ซึ่งฉันไม่นิยม เพราะยังติดอยู่ที่ใจคอคับแคบ ไม่เปิดรับความเสรีทางเพศถึงขนาดนั้น ว่าด้วยเรื่องของเพศสัมพันธ์นั้น ถ้าคนหนึ่งคนใดตะบี้ตะบันตีแจคพ็อตแตก แต่อีกคนก็ไม่เคยได้เข้ารอบสักที บทสรุปก็คงจะจบลงที่เตียงหัก เหมือนอย่างฉันและชายคนนั้น เราไปกันได้ไม่ถึงไหน เพราะเขาเล่นชิงเข้าวินก่อนทุกครั้ง ฉันจึงต้องรับบทผู้แพ้ตลอดกาลไปโดยปริยาย และผู้แพ้อย่างฉันก็ถอนตัวอำลาฟูกสีชมพูของเราอย่างหมดเยื่อใย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;+++เซ็กส์ครั้งปัจจุบัน อบอวลไปด้วยความรัก ความเอื้ออาทรต่อกันและกัน เราสองคนผลัดกันเป็นผู้ให้และผู้รับ เกมที่เราทั้งคู่ร่วมเล่น ล้นปรี่ด้วยความสุข สนุกสนาน ท้าทาย บางครั้งฉันเป็นฝ่ายกุมบังเหียนขับขี่ให้ม้าพยศ ทะยานแล่นขึ้นสู่ประตูสวรรค์ที่เปิดอ้ารับเราสองคนไปพร้อมๆกัน บางคราวฉันก็ปฏิบัติหน้าที่นางชีผู้ซื่อสัตย์ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทำให้เขาและฉันแทบจะกลั้นใจตาย เพราะกลัวความสุขครั้งหน้าจะไม่สุดยอดเท่าครั้งนี้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;เห็นจะจริง ตรรกง่ายๆของการใช้ชีวิตคู่ นอกจากความรักและความคล่องตัวทางสถานภาพการเงินแล้ว ความสัมพันธ์ทางเพศ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ เซ็กส์ของฉัน ไม่ใช่แค่เปลื้องเสื้อผ้าแล้วกระโจนเข้าหากันบนเตียงเท่านั้น การผลัดกันรุกและรับอย่างเสมอภาคกัน ในสถานที่แปลกใหม่และลับตาคนก็เสริมสร้างทักษะทางกามกิจให้แตกฉานยิ่งขึ้นอีกด้วย ขอเน้นว่าควรจะลับตาคน เพราะนอกจากไม่เสี่ยงกับข้อหาอนาจารแล้ว ยังป้องกันภัยจากพวกโรคจิตวิตถารที่อาจจะมาขอร่วมด้วยช่วยกันอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;ภาษาของมนุษย์ นอกจากน้ำเสียง ที่เปล่งออกมาเพื่อสื่อสารถึงกัน ให้เข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะบอกแล้ว อากัปกิริยาท่าทางที่แสดงออก ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความรู้สึกที่มีต่อกันได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ภาษารัก ก็เป็นอีกภาษาหนึ่ง ที่มนุษย์หญิงชาย ควรเรียนรู้เมื่อถึงวัยที่เหมาะสมและมีความพร้อม&lt;br /&gt;การใช้ภาษารักนั้น จะต้องใช้อย่างระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะทำให้มนุษย์ได้รับความสุขอย่างเหลือล้นแล้ว ยังป้องกันความผิดพลาดอันอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ&lt;br /&gt;ภาษารักไม่ใช่ตัวหนังสือที่หาอ่านได้ตามหน้ากระดาษใดๆ ถ้าอยากถ่องแท้ ก็ต้องทำความรู้จักและเข้าใจ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330033;"&gt;เซ็กส์ไม่ใช่เรื่องสกปรกและหยาบคาย ถ้าท่านใช้เป็นเครื่องมือประกอบความรัก ไม่ใช่เป็นส้วมที่ใช้ระบายความใคร่เพียงอย่างเดียว...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110565919389005467?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110565919389005467/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110565919389005467' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110565919389005467'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110565919389005467'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/01/blog-post_13.html' title='ภาษารัก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110479604026667684</id><published>2005-01-03T23:45:00.000Z</published><updated>2005-01-06T10:23:36.833Z</updated><title type='text'>เวลาคงเยียวยา</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#000000;"&gt;เหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มภาคใต้และหลายๆประเทศผ่านไปสองสามวัน หลังจากฉันรับทราบข่าวจากทางบ้านว่า ญาติๆของฉันที่นั่นปลอดภัยดี ทรัพย์สินเสียหายบ้าง ตัวบุคคลบาดเจ็บบ้าง แต่ก็ยังน่ายินดีกว่าได้ฟังข่าวร้ายที่หนักหนาไปกว่านี้&lt;br /&gt;ฉันเริ่ม ตามหาเพื่อนฝูงเก่าๆ ที่ฉันเคยรู้จักมักจี่เป็นอย่างดี ...เริ่มจากการตามหาครูสอนภาษาเยอรมันของฉัน ที่เปิดร้านสเต็กอยู่ในดงมะพร้าว ไม่ไกลจากหาดเท่าใดนัก ..นอกจากจะเป็นเพื่อนสนิทมากกว่าครูแล้ว เขายังเป็นพ่อครัวตัวอ้วน ที่ทอดสเต็กได้อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยสัมผัสและลิ้มรส เขาบอกว่า **สเต็กของฉัน ทำด้วยใจ และเหล้าขวดนี้** พร้อมทั้งชูขวดเหล้าแม่โขงที่บรรจุสารพัดสัตว์เลื้อยคลานไม่ว่าจะงูเห่า แมงป่องหรือตะขาบ ทำเอาฉันแทบจะขย้อนของเก่าออกมาถ้าไม่มีเสียงหัวเราะร่วน ดังกังวาลราวเด็กเซี้ยวชอบแกล้งคนตามมา เขา...สอนฉันหลายอย่าง ในเรื่องของการใช้ชีวิตตามลำพังในสถานที่แปลกใหม่ ...เขา...ปลอดภัยจากคลื่นร้าย มิเสียแรงที่สอนฉันไว้จริงๆ ที่ตัวเขาเองมีชีวิตรอดเมื่อยามภัยมา ณ.สถานที่ใหม่ ..ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่...ในเรื่องดีก็ยังมีเรื่องร้าย ที่ทำให้ฉันต้องร้องไห้ ด้วยความสะเทือนใจเมื่อทราบข่าวเพื่อนเยอรมันร่างเล็กของฉันอีกคน ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถ&lt;br /&gt;...สมัยฉันยังอยู่เขาหลัก เราเห็นหน้ากันทุกเช้า เพราะเขาต้องนำขนมปังที่ทำเองสดๆใหม่ๆ ทุกวันไปส่งตามโรงแรมต่างๆ แถมยังคุยอวดอยู่บ่อยๆว่า ขนมปังของเขา อร่อยที่สุดในเขาหลักชนิดไม่มีใครเปรียบได้ พร้อมทั้งยัดขนมปังอุ่นๆ หอมกรุ่นใส่มือ ..แทบทุกวัน ฉันได้กินขนมปังใหม่ๆ แปลกๆ อร่อยมากบ้างน้อยบ้างแต่ก็อร่อยทุกวัน เพราะขนมปังทุกก้อนผสมความรัก ..สายหน่อย เขาก็บึ่งรถเครื่อง(มอเตอร์ไซค์) ฉวัดเฉวียนเสียงดังมาแต่ไกล จอดพรืดตรงร้านค้าข้างบ้าน ถอดแว่นตาดำที่ฉันล้อว่าไปขโมยมาจากวงดนตรีคนตาบอด ..หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้ฉัน 1 ที หายเข้าไปในร้าน แล้วออกมาพร้อมกับเบียร์ช้าง 1 ขวดเล็กเสมอ จนพี่เจ้าของร้านค้ากระเซ้าว่าตาคนนี้ ซื้อเบียร์ไม่เคยซื้อกับ เพราะหาแกล้มเอาแถวๆนี้นี่เอง ซึ่งก็หมายถึงฉัน บางทีฉันก็เล่นหัวด้วย เขาเป็นคนตลก ร่าเริงและขยัน ฉันไม่เคยเห็นผู้ชายตัวเล็กคนนี้ทำหน้าบึ้งตึง เราสนิทกันจนหลายคนนินทา เขาเองเคยโหมเสียงนินทาให้ดังขึ้นด้วยการ บอกใครต่อใครว่าจะมาขอฉันแต่งงาน เคยถึงขนาดบอกชาวบ้านร้านตลาดว่า อีกไม่กี่วันพ่อเขาจะมาขอฉัน แต่เสียงนินทาก็เงียบไป เหลือแต่ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรระหว่างฉันกับเขา ที่ยืนนานไม่จางหาย ...วันนี้ ฉันต้องรับรู้ว่า เพื่อนร่างเล็กของฉันต้องจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ&lt;br /&gt;ใครข้างบนคงเล่นตลก ทำให้ฉันต้องหลั่งน้ำตาด้วยความปีติยินดีที่เพื่อนคนหนึ่งรอดชีวิต แต่แล้วก็ต้องเสียน้ำตาอย่างมากมาย ที่ต้องรับรู้ว่า เพื่อนฉันอีก 2 คน ต้องเสียชีวิตไปอย่างน่าเวทนา&lt;br /&gt;เพราะอีกคนหนึ่งนั้นที่จากไปนั้น เป็นพี่ผู้หญิงคนไทยภรรยาชาวอเมริกันที่มีบังกะโลเล็กๆ ริมหาด เราพูดคุยถูกคอกันดี อาจจะเป็นเพราะฉันเห็นความน่ารักในตัวเธอ ที่ใครๆก็มองข้าม หลายคนบอกฉันว่า เธอมีอาชีพที่น่ารังเกียจมาก่อน รวมทั้งการแต่งตัวของเธอที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของผู้หญิงกลางคืนนั้น ทำให้ไม่น่าคบค้าด้วย สำหรับฉันแล้ว ความรักของเธอที่แสดงออกต่อสามีและลูก ความเอาใจใส่ ต่อลูกค้าในบังกะโลเหมือนเพื่อน หรือญาติสนิทนั้น สะอาดและประทับใจฉันจนทำให้ฉันรู้สึกเคารพต่อผู้หญิงคนนี้ คุณค่าในตัวเธอมันมากพอที่จะลบคำนินทาที่ลอยมาตามลมเหล่านั้นได้ ฉันเลือกที่จะคบคนจากข้างใน มากกว่าเปลือกนอกที่ฉันเห็น คงเพราะฉันผิดหวังกับเปลือกห่อหุ้มนั้นมาหลายครั้งหลายครา จนเข็ดขยาดเสียแล้วนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#000000;"&gt;เธอหายไปในวันเกิดเหตุ สามีและพนักงาน 1 คน รอดชีวิต ทุกคนช่วยกันตามหา และแล้วก็พบกับร่างที่หมดลมหายใจของเธอไม่ไกลจากบังกะโลที่เธอสร้างมากับมือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ยังมีเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งที่ฉันไม่ได้ข่าวคราว แต่ฉันก็หยุดตามหา และรับสื่อชั่วคราว&lt;br /&gt;เพราะจิตใจของฉันตอนนี้ มันเหนื่อยล้า และห่อเหี่ยวเหลือเกิน&lt;br /&gt;ฉันคงไม่เข้มแข็งพอ ที่จะรับรู้การจากหายไปของบุคคลที่ฉันรู้จักอีกแล้ว&lt;br /&gt;ฉัน ยอมรับอย่างดุษฎีแล้วว่า คนเราทุกคน ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนา ฐานันดรใดก็ตาม เมื่อเกิดมาแล้วก็ต้องตาย แต่ก่อนตาย ฉันอยากจะสร้างความสุขให้ตัวเองและคนรอบข้างได้สัมผัส&lt;br /&gt;ฉันจะพยายามส่งข่าวและถามไถ่สารทุกข์ของมิตรแท้อย่างต่อเนื่องนับแต่นี้ไป เพราะมันเจ็บปวดเหลือเกิน เมื่อรับรู้ข่าวการจากไปของเพื่อนอย่างไม่มีวันกลับ ก่อนที่ฉันจะได้บอกพวกเขาว่า พวกเขาสร้างกำลังใจและสีสันให้กับโลกใบนี้แค่ไหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..แด่เพื่อนผู้จากไปทุกคน จงหลับให้สบาย ..&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110479604026667684?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110479604026667684/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110479604026667684' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110479604026667684'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110479604026667684'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2005/01/blog-post.html' title='เวลาคงเยียวยา'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110436483149422032</id><published>2004-12-29T23:56:00.000Z</published><updated>2005-01-07T21:49:41.443Z</updated><title type='text'>......</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันโศกเศร้าอยู่หลายวัน เนื่องมาจาก เหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่ม หลายๆประเทศในแถบทวีปเอเชีย รวมถึงประเทศไทย แผ่นดินแม่ของฉันด้วย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันเป็นชาวปักษ์ใต้ เลือดเข้มข้น ถึงแม้จะเกิดและโตฝั่งอ่าวไทย แต่ฉันก็หลงรักความงามของฝั่งอันดามันอยู่ไม่น้อย&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันเคยอยู่ที่เขาหลัก ในช่วงเวลาหนึ่ง ถึงจะไม่นานมากพอที่จะรักมันเหมือนบ้านหลังที่สองได้ แต่ฉันก็ต้องตา กับเสน่ห์เขาหลัก จนต้องปักหลักพักใจอยู่เป็นระยะเวลานานพอดู&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;แทบทุกเช้า ฉันออกวิ่งจากบ้านริมถนนสายเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่หาด ...อากาศที่นั่นบริสุทธิ์และหอม ฉันใช้เวลาช่วงเช้า เดินเล่นริมหาด ทักทายปูลมและนักท่องเที่ยวที่ยังมีไม่มากนัก เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ความสุขที่สุดของคนเรา ก็คงจะมาจากการได้สัมผัส และใกล้ชิดธรรมชาติอย่างที่หลายคนว่าไว้จริงๆ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;แทบทุกค่ำ ฉันฝากท้องไว้กับร้านขายข้าวแกงของป้า ตรงข้ามบ้าน บ่อยครั้งฉันมักหาโอกาสตระเวนหาร้านอาหารอร่อย บรรยากาศดีๆ และราคาไม่แพง และอีกหลายครั้งที่จบลงด้วยการตั้งวงเหล้าหน้าบ้าน กับเพื่อนฝรั่งแบกเป้ ที่มาพำนักพักแรม เป็นเวลานานๆ จนกลายเป็นมิตรสหายไว้ปรับทุกข์ และสุข&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันเคยฝากรอยเท้าเล็กๆไว้กับหาดทุกหาดที่นั่น ทั้งยังเคยไปดำผุดดำว่าย ตามเกาะแก่งใกล้ๆ ทั้งเกาะหน้ายักษ์ เคยกระทั่งยกกล้องขึ้นล้อเหล่าทหารเรือ ที่ฐานทับเรือทับละมุ เดือดร้อนพวกเขาต้องโบกไม้โบกมือให้เก็บกล้องนั่นเสีย ถ้าไม่อยากเป็นเป้านิ่งให้ลูกปืนใหญ่จากเรือรบนานาชนิดหล่นลงบนหัวฟูๆ เคยนั่งเรือประมงไปไกล ถึงหมู่เกาะสิมิลันกับเพื่อน เพื่อดำน้ำลึกหยอกล้อฝูงปลาการ์ตูน เต่าทะเลตัวโตๆ ปะการังหลากสีสัน&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;วันนี้ เขาหลักเป็นเพียงตำนานแห่งความสูญเสีย ความสวยงามที่เคยมี หาดทรายสะอาดตากลับกลายเป็นนรกร้อน ภาพศพนับร้อย นับพันที่ฉันเห็นในโทรทัศน์ เข้ามาแทนที่ความทรงจำอันงดงาม&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;คนเหล่านั้น คงสร้างบุญหรือกรรมมาด้วยกันมาแต่ชาติปางไหน มาชาตินี้ ถึงได้มาสิ้นลมหายใจ ในแผ่นดินเดียวกัน&lt;br /&gt;ฉันเชื่อว่า กรรม มีจริง เมื่อกระทำสิ่งใดไว้ ก็ต้องเตรียมตัว เตรียมใจรับผลนั้นด้วย ไม่ช้าก็เร็ว&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;เพื่อนฝรั่งบางคน เปรยกับฉันว่า เขาชอบที่นี่ และจะมาทุกปี ถ้าเขาหลักยังคงสวยงาม และเงียบสงบ หลายคน หนีความพลุกพล่าน วุ่นวายจากเมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ มาซุกตัวอยู่ในมุมสงบ&lt;br /&gt;ฉันยังเคย ชี้ไปที่ถนน แล้วถามเพื่อนว่า เธอคิดว่ามันจะสงบอยู่ได้สักกี่ปี ในเมื่อเธอก็เห็น รถบรรทุกคนงานก่อสร้างเป็นร้อยเป็นพัน เร่งงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อเนรมิต รีสอร์ทหรู โรงแรมใหญ่ๆให้เสร็จเร็วทันใจนายทุน ต้นไม้ใหญ่น้อย ถูกโค่น เสาเข็มต้นมหึมาเข้ามาแทนที่ เสียงรถผสมปูนคำรามแทรกเสียงจักจั่นยามค่ำคืน ทำลายความสงบเงียบราวนักเลงโตข่มขู่คนไม่มีทางสู้&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;เคยไปดื่มเหล้าสังสรรค์ที่บาร์ริมหาดของเพื่อน ฉันนึกด่าเจ้าของรีสอร์ทหลายๆแห่งอยู่ในใจ ว่าช่างใจดำเหลือเกิน สร้างรีสอร์ทเสียติดหาด ไม่เหลือที่ไว้ให้คนเมาๆอย่างฉันเดินเลยแม้แต่น้อย ฉันต้องเดินลุยคลื่นกลับบ้าน ในช่วงน้ำขึ้นตอนกลางคืนจนเปียกปอนอยู่หลายที&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ฉันได้คิดว่า ธรรมชาติเจ้าของโลกใบนี้ ตัวจริงได้ยื่นมือเข้ามารับทุกสรรพสิ่งกลับเข้าไปในอ้อมกอดของตนเองเข้าแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;การสูญเสียครั้งนี้ ใหญ่หลวงนัก แม้ฉันจะอยู่แดนไกล ฉันก็ยังสัมผัสได้ถึงความสูญเสีย เสียงร้องไห้ระงมกังวานไกลมาถึงคนพลัดถิ่น น้ำตาฉันไหลรินอย่างไม่อายใคร&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;เวลานี้ ฉันรู้แล้วว่า ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์นั่น เทียบไม่ได้แม้แต่น้อย กับเศษเสี้ยวพลังอันรุนแรงและหนักหน่วงของธรรมชาติ&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#663333;"&gt;&lt;strong&gt;ณ. เวลานี้ ฉันขอไว้อาลัยให้กับผู้สูญเสีย และขอพรจากผู้ยิ่งใหญ่เบื้องบน จงประทานกำลังใจอันอบอุ่นให้กับทุกคน ด้วยเถิด&lt;br /&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110436483149422032?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110436483149422032/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110436483149422032' title='4 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110436483149422032'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110436483149422032'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post_29.html' title='......'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>4</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110418658583205976</id><published>2004-12-25T22:27:00.000Z</published><updated>2004-12-27T22:29:45.833Z</updated><title type='text'>ตรุษฝรั่ง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#000066;"&gt;&lt;strong&gt;ปลายปีในฤดูหนาว ห้างร้านในเมืองฝรั่ง ต่างประดับประดาด้วยไฟหลากสีสัน ต้นสนน้อย ใหญ่ ที่เรียกกันว่าต้นคริสต์มาส ก็ถูกตกแต่ง ด้วยลูกแก้ว เครื่องห้อยชนิดต่างๆ หลากหลายแบบ มองแล้ว เหมือนต้นไม้ในนิทาน ที่เคยเห็นในหนังสือ เมื่อวัยเยาว์ ที่ขาดไม่ได้คือ ซานตาครอส ตาแก่ตัวโต พุงป่อง เครายาว สะพายถุงใบใหญ่ๆ นัยว่ามีของขวัญล้ำเลอค่าสำหรับเด็กๆอยู่ภายใน นั่งรถเลื่อนที่ขับเคลื่อนด้วยกวางมูส หรือเรนเดียร์ ปีนปล่องไฟ แอบให้ของขวัญเด็กๆ ด้วยการใส่ไปในถุงเท้าข้างโตๆ ที่แขวนไว้ปลายเตียงนอนเมื่อยามหลับไหล อาจจะเพราะซานต้าขี้อาย ไม่อยากให้เด็กเห็นรูปร่างหน้าตาที่แท้จริง แถมยังมอมแมมเพราะโดนเขม่าตามปล่องไฟจับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ของขวัญนานาชนิด ถูกนำมาจัดวางให้เลือกซื้อเลือกหา ไปกำนัลแด่บุคคลที่รัก&lt;br /&gt;เด็กและผู้หญิง ดูจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะเท่าที่ผู้หญิงอย่างฉันไปเดินสำรวจตลาดมา จะเห็นของล่อตาเด็กเล็ก เด็กน้อยไม่ว่าจะเป็นของเล่น ตั้งแต่แรกเกิดจนโต ทั้งหญิงและชาย เครื่องประทินโฉม เสื้อผ้าอาภรณ์หลากชนิด ที่ล่อใจฉันดั่งต้องมนตรา ให้ควักเงินที่ไม่ค่อยจะมีบินออกจากกระเป๋า สำหรับครอบครัวของเรา ก็จะมีการทำรายการของขวัญต่างๆที่ตัวอยากได้ ให้บรรดาญาติๆ ไปจัดซื้อจัดหามาให้ มันอาจจะไม่ตื่นเต้นที่เราได้ของที่เราต้องการ แต่ก็ป้องกันอาการประหลาดใจระคนผิดหวัง จากการรับของขวัญที่เราไม่ต้องการได้เป็นอย่างดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;งานคริสต์มาสครั้งนี้ก็เหมือนอย่างเคย คือการนัดรวมตัวกันที่บ้านพี่น้องคนใดคนหนึ่ง มีการรับประทานไก่งวง สังสรรค์กันในหมู่ญาติพี่น้อง แกะการ์ดและของขวัญเป็นที่สนุกสนาน&lt;br /&gt;งานตรุษฝรั่งนี้ เป็นเทศกาลสำหรับเด็กโดยแท้ เพราะต่างก็ได้ของที่ตนต้องการ ซึ่งไม่ว่าจะแพงแค่ไหน พ่อแม่ ญาติพี่น้องต่างก็หามาให้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสในเทศกาลนี้ เด็กๆดีใจที่ได้ของขวัญ พ่อแม่ดีใจที่เห็นลูกมีความสุข ห้างร้านต่างๆ ดีใจที่ขายของได้ทะลุเป้า ธนาคาร บริษัทเงินพลาสติก ก็ดีใจที่มีลูกค้า ใช้บริการ แถมยังใจดีเพิ่งยอดเงินกู้ให้อีกต่างหาก ช่างมีความสุขกันเสียจริง พลอยทำให้ฉํนนึกไปถึง กำหนดที่จะต้องส่งดอกเบี้ยธนาคาร หลายๆคน คงจะเหี่ยวแห้งเหมือนดอกไม้แล้งน้ำเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะว่าไป มันก็คือเทศกาลแห่งความสุขสำหรับฉันเหมือนกัน ไม่ใช่ความสุขจากการรับของขวัญ และรับประทานไก่งวงตัวโต เนื้อแห้งๆหรอก  ความสุขที่ฉันพึงพอใจที่สุด คือ การได้ขดตัวอยู่บนโซฟา ดูทีวีหน้าเตาผิงกับสามี ที่มีวันหยุดยาว ในคืนวันอันเหน็บหนาว และเงียบเหงา คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่า ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักเป็นแน่ &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110418658583205976?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110418658583205976/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110418658583205976' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110418658583205976'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110418658583205976'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post_25.html' title='ตรุษฝรั่ง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110354276379201394</id><published>2004-12-20T11:36:00.000Z</published><updated>2004-12-20T11:42:31.756Z</updated><title type='text'>ไม้เรียวเคี่ยวคน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แม่ฉันว่า ไม้เรียวสร้างคน&lt;br /&gt;ครูประชาบาล ในโรงเรียนเล็กๆ ห่างไกลชุมชนอย่างแม่ฉันมีไม้เรียวเป็นอาวุธประจำกาย&lt;br /&gt;ไม้เรียวของแม่ เป็นไม้ไผ่เหลา ยาวสักวา ก่อนไม้จะถึงน่อง แม่มักจะหวดลม ก่อนสองสามครั้ง เพื่อข่มขวัญ แต่ก็ไม่เคยเห็นเด็กคนไหนถึงตาย หรือบาดเจ็บจนขั้นพิการ เพราะไม้เรียวของแม่&lt;br /&gt;แม่ลาออกจากครู ก่อนกฎหมายหักไม้เรียวศักดิ์สิทธิ์จะถูกตราตั้งขึ้นมาใช้ เราล้อแม่เสมอๆว่า แม่คงทนไม่ได้ที่ต้องเห็นไม้เรียวหักไปต่อหน้าต่อตา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ฉันยังจำได้ ลูกศิษย์เก่าแก่ของแม่มากมาย เมื่อโตเป็นหนุ่มสาว มาเยี่ยมเยียนแม่ มักจะพูดเล่นกันอยู่เสมอว่า คุณครูของพวกเขามือหนักเหลือร้าย แต่ฉันก็ไม่เคยเห็น ศิษย์ของแม่คนไหน มีทีท่าเจ็บแค้นหรือโกรธเคืองเลยสักครั้ง ตรงกันข้าม ยังให้ความเคารพและแสดงความรักต่อแม่อยู่เสมอ แถมยังเผื่อแผ่มาถึงลูกๆของแม่อีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ฉันเอง ก็โดนไม้เรียว ทั้งของแม่ และครู มานับครั้งไม่ถ้วน&lt;br /&gt;ไม้เรียวของแม่ มีทั้ง หางกระเบนที่ได้รับมรดกตกทอดจากตา เหน็บนิ่งอยู่ข้างฝา ที่ฉันและน้องไม่เคยโดนสักที นานๆครั้งแม่จะหยิบขึ้นมาขู่ แค่แม่เงื้อ เราสองพี่น้องก็กลัวจนตัวสั่น เพราะเจ้าหนามแหลมคมบนหางกระเบนนั้นดูท่าจะสร้างรอยแผลให้จดจำไปนาน&lt;br /&gt;ที่โดนกันบ่อยๆ ก็คือก้านมะยมหน้าบ้าน แค่ไม่กี่ก้าน ก็ส่งผลให้น่องแตกลายได้เหมือนกัน&lt;br /&gt;รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี สุภาษิตนี้ แม่ว่าทันสมัย..&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แม้กระทั่ง ฉันออกเรือน มีครอบครัว แม่ก็ยังเปรยให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่าถ้ามีเรื่องไม่ดีของฉันถึงหูท่านล่ะก็ แม่จะตามมาตีให้ได้อายคน&lt;br /&gt;แต่ฉันว่า แม่คงอกระเบิด เพราะฟาดฉันไม่ได้เป็นแน่&lt;br /&gt;ก็กฎหมายบ้านนี้เมืองนี้ ปกป้องเด็กๆ ราวกับเทวดาตัวน้อย&lt;br /&gt;หลายครั้งฉันนึกหมั่นไส้ ที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของพี่สามี ยื่นหน้ายื่นตามาเถียงผู้ใหญ่ฉอดๆ ถ้าเป็นแม่ฉันล่ะก็ เจ้าเด็กนั่นคนโดนบิดเนื้อหลุดไปแล้วกระมัง&lt;br /&gt;มีเรื่องเล่าที่ฉันขำไม่ออกอยู่เรื่องหนึ่ง ของน้องสาวสามีกับลูกชายคนกลางของหล่อน ..วันหนึ่ง เธอสุดจะทนกับพฤติกรรมก้าวร้าวของลูกน้อย ที่อายุเพิ่งครบ 5 ปีได้ไม่นาน จึงพาลูกไปขังไว้ในห้องนอน เพื่อสงบ สติอารมณ์และให้สำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำ ...เหตุการณ์หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อตำรวจมาเคาะประตูหน้าบ้าน แจ้งข้อหาทำร้าย และกักขังหน่วงเหนี่ยวเด็ก เพราะเพื่อนบ้านข้างเคียง ทนเห็นเด็กนั่นร้องกรี๊ดๆๆๆ ที่หน้าต่างว่าโดนพ่อแม่ทำร้ายไม่ไหว ...ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นกับแม่ฉันล่ะก็ ท่านคงจะแพ่นกบาลคุณเพื่อนบ้านและคุณตำรวจไปด้วยเป็นแน่แท้ โทษฐานบ้าจี้ ฟังเด็กเลี้ยงแกะที่สร้างเรื่องราวให้ใหญ่โต&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;สำหรับฉัน อาจจะเพราะผ่านหลายร้อนหนาวมาพอสมควร ฉันจึงเห็นการตีลูกบ้าง ตามวาระอันสมควร เป็นการสร้างความมีระเบียบวินัย และฝึกฝนเด็กให้รู้จักเคารพผู้ใหญ่อีกวิธีการหนึ่ง&lt;br /&gt;หลายครั้งที่ได้ยินข่าว พ่อเลี้ยงใจร้าย แม่เลี้ยงใจยักษ์ หรือครูโรคจิต ที่ทำร้ายเด็ก ด้วยวิธีการผิดมนุษย์ ฉันก็อยากให้ สื่อ นำเสนอมุมมองด้านอื่นบ้าง เช่น การนำเสนอเรื่องราว ของเด็กวัดที่เติบใหญ่ เป็นผู้นำ ว่าเคยผ่านไม้เรียวของพ่อแม่ ครูบา หรือหลวงตาบ้างหรือไม่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ฉัน.. ไม่สนับสนุนการกระทำรุนแรงใดๆ ที่สร้างความเจ็บปวด สูญเสียต่อเพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แต่ฉันก็ยังเชื่อว่า ไม้เรียวของแม่ ยังศักดิ์สิทธิพอที่จะทำให้ฉันรู้จักกาละเทศะ เคารพเพื่อนร่วมโลกเดียวกัน และใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110354276379201394?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110354276379201394/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110354276379201394' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110354276379201394'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110354276379201394'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post_20.html' title='ไม้เรียวเคี่ยวคน'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110304738295542751</id><published>2004-12-14T17:56:00.000Z</published><updated>2005-10-14T22:37:31.663+01:00</updated><title type='text'>คิดถึง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#330000;"&gt;เชื่อว่าทุกคนคงเคยสัมผัสอาการนี้ เมื่อมีเหตุชักพาตัวเองให้ต้องห่างไกล กับคนที่รัก บ้านที่เคยอยู่ สัตว์ที่เคยเลี้ยง หรือต้นไม้ที่ทุกต้นที่คุ้นเคย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#330000;"&gt;ความคิดถึง เกิดขึ้นหลายหนในช่วงอายุคน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#330000;"&gt;วันนี้ ความคิดถึงของฉันที่มีต่อรากเหง้า มันรุนแรงจนน้ำตาเล็ด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#330000;"&gt;ฉันนั่งมองฟ้าหม่นๆ ใจฉันลอยไปไกล&lt;br /&gt;ภาพหมองๆ ฉายชัด&lt;br /&gt;ฉันเห็นภาพแม่ตะโกนโหวกเหวกทุกเช้าตรู่ ปลุกฉันและน้องให้ตื่นจากความง่วงงุน "ไหนๆๆ เข็มขัดพ่อมันอยู่ไหน แม่จะฟาดให้น่องแตกไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนซะดีมั้ยวันนี้"&lt;br /&gt;แต่เช้านี้ ฉันตื่นขึ้นมาตอน 9 โมงเช้า จำได้ลางๆว่า สามีที่รักมาหอมแก้ม บอกลาไปทำงาน ถ้าแม่รู้เข้า วิญญาณครูประชาบาลอาจจะเข้าสิงท่านอีกเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันตื่นขึ้นมา จัดต้นคริสต์มาส ตามประเพณีฝรั่ง ฉันพยายามให้มันออกมาสวยที่สุด เท่าที่ฉันจะทำได้&lt;br /&gt;แต่ใจฉัน มันลอยข้ามน้ำข้ามทะเล ไปทักทายต้นเชอรี่หน้าบ้าน ที่ดกแดง ตัดกับใบเขียวเข้ม สวยจริงๆ แต่เปรี้ยวบาดใจ แม่ชอบเกณฑ์เด็กๆ มาเก็บลูกเชอรี่ ของขวัญที่เราได้คือ แยมเชอรี่หวานอมเปรี้ยว คนละกระปุก ถูกใจเด็กๆอย่างพวกเราเสียจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สลัดความง่วงงุนแล้ว ฉันก็จัดการเปิดน้ำอุ่นๆ จากฝักบัวรดกาย ปลุกสติให้ฟื้นจากภวังค์ น้ำอุ่นๆ ส่งควันจางๆ ขับไล่ความหนาวเย็นได้ดี&lt;br /&gt;ต่างจากน้ำในโอ่งมังกรสมัยเด็กๆ ที่เย็นเสียยิ่งกว่าน้ำแข็ง ทุกเช้า กว่าฉันจะลงมือจ้วงตักน้ำในโอ่ง มารดตัวได้ ฉันต้องท่องคาถาที่ยาวยิ่งกว่าถนนสายเอเชีย หลังบ้านเสียอีก ถ้าไม่ติดกับเข็มขัดเส้นโตๆของพ่อล่ะก็ ฉันคงจะผ่านขั้นตอนนี้ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขณะฉัน เปิดกระป๋องอาการสำเร็จรูปแบ่งใส่ชามให้แมวทั้ง 5 ตัว&lt;br /&gt;ฉันกลับเห็นภาพตัวเอง ไปตลาดแต่เช้าตรู่ ซื้อเศษเนื้อ เศษผัก เครื่องในสารพัด มาต้มรวมในหม้อใหญ่ กับข้าวสารหักๆ ราคาถูก ให้เจ้าอ้วน และนังยุ่ง หมาพันธุ์ผสมที่บ้าน อาหารเม็ดน่ะหรือ หมาฉันจะได้แตะก็ต่อเมื่อโชว์ผลงานดีๆ ให้เห็นเท่านั้น ...ฉันจำได้ว่า เจ้าอ้วนเคยลงทุนยกมือ(สองขาหน้า) ไหว้ฉันประหลกๆ บ่อยๆ จนฉันใจอ่อนเสียทุกทีไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อฉันหยิบโคลนกระปุกมาพอกหน้า ได้ยินเสียงสามีกระซิบเบาๆข้างหูทุกครั้งที่ฉันส่องกระจกว่า เมียฉัน สวยที่สุดในโลก&lt;br /&gt;แต่แล้วฉันก็ต้องหุบยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงไอ้น้องชายตัวดีไล่หลังมาว่า อ้วนดำๆๆๆๆๆ !!!&lt;br /&gt;ฉันต้องสะบัดหัวแรงๆ หลายที กว่าจะสลัดเสียงหลอนๆของไอ้ลิงได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเข้าครัว เปิดตู้เย็น หยิบเครื่องแกงละลายใส่หม้อ วันนี้ ฉันจะทำแกงแดงไก่ ใส่หน่อไม้&lt;br /&gt;มันจะอร่อยเหมือนกับเครื่องแกงที่แม่โขลกหรือไม่ ฉันไม่รู้ แต่ฉันก็ทำอย่างสุดความสามารถ&lt;br /&gt;เสียงฉันท่องตำรา ตะเบ็งแข่งกับเสียงน้ำพริกที่แม่โขลก มันยังก้องอยู่ในหู แม่บอกว่า "ถ้าเอ็งอ่านหนังสือไม่แตก เหมือนพริกที่แม่ตำในครกล่ะก็ อย่าหวังจะได้กินของอร่อยเลยเย็นนี้"&lt;br /&gt;ท่าจะจริง อย่างที่แม่ว่า น้ำพริกจะอร่อย ต้องออกมาจากครกเท่านั้น แค่ฟังเสียงโขลกสม่ำเสมอ เป็นจังหวะ ก็ชวนคิดถึงแกงคั่วเนื้อหอมๆ เสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความห่างไกล... อาจจะก่อให้เกิดความคิดถึงจนทนแทบไม่ได้ แต่ฉันก็ยังดีใจ ที่ฉันมีบ้านไว้ให้คิดถึง&lt;br /&gt;มีความทรงจำดีๆ ให้ได้ยิ้มทั้งน้ำตา อยู่เสมอ..เสมอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110304738295542751?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110304738295542751/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110304738295542751' title='8 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110304738295542751'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110304738295542751'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post_14.html' title='คิดถึง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>8</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110287505337142648</id><published>2004-12-11T15:00:00.000Z</published><updated>2004-12-12T18:17:12.180Z</updated><title type='text'>ใครเปลี่ยน ??</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;color:#330000;"&gt;วันนี้มาว่า เรื่องเพื่อนซี้คนที่สอง ของฉัน เธอชื่อ ตราจิตร&lt;br /&gt;เรารู้จักกัน สมัยมัธยมต้น แต่ก็ไม่ค่อยสนิทสนมกันมากนัก เพิ่งจะมาเข้าขากันดี ก็เมื่อมัธยมปลายนี่หละ&lt;br /&gt;เรามุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร ด้วยกัน เพื่อเรียนต่อ และแยกย้ายกัน เมื่อต่างคนต่างต้องไปสานฝันของตัวเอง&lt;br /&gt;เราก็ยังติดต่อกัน สม่ำเสมอ แต่ไม่ค่อยจะมีเวลาเจอกัน นานนับปี&lt;br /&gt;จนฉันแต่งงาน มีครอบครัวเกาะผัวกิน&lt;br /&gt;ส่วนเพื่อนผิดหวังจากรัก แต่มีหน้าที่การงานดี ถึงแม้เงินทองจะไม่ค่อยคล่องมือ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330000;"&gt;วันหนึ่ง .. ฉันคิดจะทำธุรกิจที่บ้านเกิด จึงปรึกษาตราจิตร เพราะเธอมีความเชี่ยวชาญและชำนาญงานด้านนี้เป็นอย่างดี ดีไม่ดี แม่ตราจิตรจะได้ช่วยงาน เพื่อนมีรายได้ ฉันก็สบายใจที่มีเพื่อนที่ไว้ใจคอยช่วยเหลือ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่แล้ว .. ฉันก็ต้องพบกับความผิดหวังปนเศร้า&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330000;"&gt;นี่คือบทสนทนาระหว่างฉัน และเพื่อน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:courier new;color:#330000;"&gt;ฉัน     “สวัสดีตราจิตร เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีมั้ย”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “สบายตามสมควรล่ะจ้ะ การงานรุ่งแต่เงินก็ยังร่อยหรอเหมือนเดิม”&lt;br /&gt;ฉัน     “ฉันอยากทำธุรกิจที่บ้านน่ะ เธอว่ายังไง พอมีแววว่าจะเป็นไปได้ไหม”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “ได้สิ แต่เหนื่อยนะ งานแบบนี้ ต้องลงทั้งทุน ลงทั้งแรง แล้วเธอจะมาดูแลไหวเหรอ อยู่ตั้ง    ไกลออกอย่างนั้น”&lt;br /&gt;ฉัน     “ก็อยากลองดูน่ะ ว่าจะให้พี่ๆ น้องๆ ที่บ้านช่วย คนไม่มีงาน ก็จะได้มีงานทำ”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “เราว่าจับงานแบบนี้มันลำบากมากนะเธอ ถ้าขาดทุนขึ้นมาล่ะ เงินจะหายไป&lt;br /&gt;        เปล่าๆปลี้ๆ”&lt;br /&gt;ฉัน     “แต่ทุนก็ไม่เยอะนา ก็น่าจะลองดู แหม ยังไม่ทันเริ่มต้น จะให้ฉันขาดทุนแล้วหรือยะแม่ตราจิตร  แม่อาจารย์สาว”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “ฉันก็พูดเผื่อไว้ ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องลำบากเงินในกระเป๋า ทำไมไม่ลองหางาน สบายๆ ราย ได้ดีทำล่ะเธอ”&lt;br /&gt;ฉัน     “งานอะไรล่ะจ๊ะแม่เพื่อนแก้ว มีด้วยเหรอ เจ้างานสบายๆ เงินดีๆน่ะ ฉันเห็นจะมีแต่งานทุจริต ผิดกฎหมายเสียกระมัง”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “แหม ฉันเป็นถึงครูบา อาจารย์ จะให้ฉันไปข้องแวะงานร้อนๆให้เสื่อมเกียรติได้อย่างไร คิดบ้างสิจ๊ะ เธอจ๋า”&lt;br /&gt;ฉัน     “เอ้า งั้นงานอะไรล่ะ ช่วยตอบฉันให้หายสงสัยเสียที อย่ามัวพิรี้พิไร”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “ขายผลิตภัณฑ์ *ทางของฉัน* สิแม่เพื่อนรัก คิดดูสิ งานสบายๆ ทุนเขาก็กองไว้ให้แล้ว แค่ไปหยิบมาทำกำไร ให้เป็นกอบเป็นกำ ไม่ต้องไปเสี่ยงทุนรอนตัวเองให้หวาดเสียว อีกอย่างผลิตภัณฑ์ของเขาก็ดี ระดับแนวหน้า ไม่ต้องเชียร์มาก เธอก็ได้เงินใช้มากมาย เผลอๆ ถ้าเธอไต่ไปถึงระดับ เพชร ระดับพลอย เธอจะได้ไปเที่ยวเล่น ต่างประเทศโดยไม่รู้ตัวเอาเชียวนา”&lt;br /&gt;ฉัน     “แหม ไอ้เมืองนอกเมืองนา น่ะ ฉันก็ไม่ได้อยากไปไหนแล้วล่ะจ้ะ นอกจากกลับบ้านเกิดเมืองนอน ไปพักผ่อนหัวใจ ถึงได้อยากไปหาอะไรทำที่บ้านไง เอ.. ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่าเธอ เป็นสาวกเจ้าลัทธินี้เข้าให้แล้ว”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “บ้าสิ ฉันไม่ได้ทำมันจริงๆจังๆหรอกนะ ลำพังงานหลวงก็สุมหัวจนล้นปรี่อยู่แล้ว แต่งานสบายๆ ได้ไปเมืองนอกบ่อยๆเนี่ย หาทั้งชาติ ก็คงไม่ได้แล้วล่ะเธอ”&lt;br /&gt;ฉัน     “ก็ฉันบอกอยู่นี่ไง ว่าฉันไม่ได้อยากเที่ยวเมืองนอกเมืองนาอะไรเลย อยากหางานหาการให้เด็กๆที่บ้านทำกัน”&lt;br /&gt;ตราจิตร  “เอ้อ ไอ้ฉันก็ลืมไปว่าเธออยู่เมืองนอก เอ้าๆๆ งั้นลองนี่ดูหน่อยมั้ย *สมุนไพรเพื่อชีวิต* นี่ก็ดีนะเธอ งานขายคล้ายๆกัน คู่แข่งไม่มาก รุ่งเรืองขึ้นมา ฉันจะได้พลอยภูมิใจไปด้วย ที่มีเพื่อนฐานะดี”&lt;br /&gt;ฉัน     “แหม อย่างฉันนี่น่ะหรือ จะไปค้า ไปขายกับใครเขาได้ พูดจาก็ไม่เป็นหลักเป็นพาย ใครเขาจะเชื่อถือ”&lt;br /&gt;ตรีจิตร   “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธอไม่ชอบงานขาย ลองทำประกันกับฉันดูไหม เธอเป็นอะไรขึ้นมา พ่อแม่ จะได้สบายไง เดินทางบ่อยๆ ขึ้นรถลงเรือน่ะ เราต้องไม่ประมาทนะจ๊ะเพื่อน อุบัติเหตุ มันเกิดไม่เลือกสถานที่ และเวลาหรอก ลองมั้ย เบี้ยประกันซัก สองล้าน แป๊บเดียวก็จ่ายหมด”&lt;br /&gt;ฉัน     “......................................................"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โธ่ .. เพื่อนรักของฉัน เธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ รักงานขายถึงขั้นแช่งให้เพื่อนอายุสั้นเสียแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110287505337142648?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110287505337142648/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110287505337142648' title='6 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110287505337142648'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110287505337142648'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post_11.html' title='ใครเปลี่ยน ??'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>6</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110285414628837731</id><published>2004-12-08T13:05:00.000Z</published><updated>2004-12-12T12:22:26.286Z</updated><title type='text'>ความเห็นที่แตกต่าง</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:courier new;font-size:130%;color:#330033;"&gt;ด้วยเพราะ ฉันมีถิ่นพำนักอยู่ที่นี่ สามีก็ไม่ใช่หน่อเนื้อเชื้อชาติไทย ฉันจึงพบเจอกับการผสมผสานหลายๆอย่าง ที่บางครั้งลงตัว และบางครั้งก็ขัดหูขัดตาพิลึก ไม่ว่าจะเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- งานเลี้ยงแบบไทย ที่เมืองฝรั่ง ก็จะขึ้นธงชาติไทย ปลิวไสวบนยอดเสา โดยมีธงประเทศเจ้าบ้านเป็นธงรอง ลดหลั่นลงมา... ฉันภูมิใจในชาติบ้านเกิด แต่ก็ตะขิดตะขวงใจอยู่ไม่น้อยว่า ถ้าเราเป็นเจ้าบ้านอยู่ในประเทศของเรา แล้วมีฝรั่งมังค่าหน้าไหน บังอาจขึ้นธงชาติตัวอยู่เหนือธงชาติไทยแล้วล่ะก็ เห็นทีต้องมีการทะเลาะเบาะแว้งเป็นแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- อาหารไทย + ฝรั่ง เช่น แกงเขียวหวานราดเส้นสปาเก็ตตี้  หรือ ขนมปังกระเทียมจิ้มแกงมัสมั่น ช่างผสมกันกลมกลืนทีเดียว แม้แต่น้ำพริกเผาทาขนมปังโรยด้วยหมูหยองพองาม ก็ยังเป็นอาหารเช้าแสนอร่อยได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;- และแน่นอน อยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ ก็ต้องได้พบเจอกับ ลูกครึ่ง ลูกผสม&lt;br /&gt; ลูกครึ่งส่วนใหญ่ จะหน้าตาดี จนใครๆเห็นเป็นต้องรัก ต้องหลง&lt;br /&gt;ดังจะเห็นได้จาก หน้าปกนิตยสารรายปักษ์ รายเดือน รายสัปดาห์ หรือรายต่อๆไป ในเมืองไทย&lt;br /&gt;นางแบบ นายแบบ ตัวเล็กตัวโต วาดลวดลาย ลีลา กันน่าดูชม บ้างก็ไปเป็นนักร้อง นักแสดง โด่งดังมีชื่อเสียง จนนักแสดงหน้าตาไทยแท้ ปากนิด จมูกหน่อย ผิวสีน้ำผึ้ง กลายเป็นดาราที่ไม่ค่อยจะได้รับความนิยมสักเท่าใดนัก&lt;br /&gt;เมื่อลูกครึ่ง ลูกผสมขายดีเช่นนี้ ฐานการผลิตก็ต้องสนองความต้องการของตลาด บ้างก็ได้คุณภาพ บ้างก็ไม่ได้มาตรฐาน&lt;br /&gt;ฉันเปรียบเทียบเช่นนี้ ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าใครคนใดคนหนึ่ง ฉันเพียงแต่มองตามประสบการณ์ตรงที่ได้พบเจอมาเท่านั้น ฉันเห็นบางครอบครัว ผลักดันลูกตั้งแต่ยังเล็ก ฉันอยากจะถามเด็กเหล่านั้น ว่าชอบในสิ่งที่พ่อแม่(ส่วนใหญ่จะเป็นแม่) ยัดเยียดให้หรือไม่ บางคนยังไม่ประสีประสารู้ความเท่าใดนัก ก็โดนแม่พาไปแคสติ้งตามค่ายต่างๆ เหมือนการนำเสนอสินค้าก็ไม่ปาน เมื่อลูกร้องบอกแม่ว่าเหนื่อย แม่กลับบอกให้ลูกต้องอดทน และพยายามให้มากกว่าเดิม ถ้าพลาดหวังงานชิ้นนี้&lt;br /&gt;ทำให้ฉันนึกถึงผู้นำในหลายๆประเทศ ที่พยายามล้างสมองคนในชาติ ให้เดินไปตามหมากที่ตนวางไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ถ้าฉันมีลูก ฉันคงเก็บลูกฉันไว้กับอก มองดูความเจริญงอกงามของจิตใจ ที่แวดล้อมไปด้วยความรัก ความอบอุ่น ฉังคงสอนลูกให้เอื้ออาทรต่อสัตว์น้อย ใหญ่ ให้ลูกร้องเพลงกับนกน้อยๆ ในสวนหลังบ้าน ให้ลูกกระโดดโลดเต้นไปกับกระรอกหางฟูบนต้นโอ๊คใหญ่ ไม่เว้นแม้แต่ เคารพ 5 แมวเฒ่า  ในบ้านประหนึ่งคนในครอบครัว ถึงลูกฉันไม่ได้เด่นดังในแวดวงใดๆ ฉันคงยังภูมิใจเสียกว่าเห็นลูกโดนเร่งปุ๋ย รอวันเก็บเกี่ยว จากสังคมที่ไม่รู้จักคำว่าพอ ฉันจะมีความสุขมากกว่า ที่จะเห็นลูกเติบโตไปตามธรรมชาติ ตามครรลองที่ควรจะเป็น ฉันสัญญาไว้กับตัวเองว่า ฉันจะไม่ยัดเยียดหน้ากากให้ลูกฉันอย่างเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอาจจะแก่เกินไป ที่มองเห็นความทะเยอะทะยาน ของเด็กๆ เป็นเรื่องน่าเศร้า หรือมันสายเกินไปที่จะคาดหวัง เห็นเด็กน้อยๆ ยื่นดอกไม้และขนมให้แก่กัน หรือมันสายไป ที่จะได้เห็นโลกใบนี้สดใสขึ้นอีกครั้ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110285414628837731?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110285414628837731/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110285414628837731' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110285414628837731'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110285414628837731'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/blog-post.html' title='ความเห็นที่แตกต่าง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110194657554571737</id><published>2004-12-01T01:05:00.000Z</published><updated>2004-12-02T00:23:29.863Z</updated><title type='text'>เพื่อน 1</title><content type='html'>&lt;embed pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=" src="http://203.150.224.138/musicart//newmusicstation/hirock/friend.swf" width="0" height="0" type="application/x-shockwave-flash" bgcolor="#ffffff" quality="high"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/embed&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;ฉันมีเพื่อนสนิทสมัยมัธยมอยู่คนหนึ่ง จริงๆแล้วกลุ่มเรามีอยู่ 4 คน&lt;br /&gt;วันนี้ ฉันขอพูดถึงเพื่อนคนแรกก่อนก็แล้วกัน&lt;br /&gt;มะลิ ..เป็นเพื่อนสาวตัวโย่ง เรารู้จักกันเมื่อวันปฐมนิเทศน์ นักเรียนใหม่เมื่อขึ้นปีแรกของมัธยมปลาย&lt;br /&gt;ด้วยความที่เธอรูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณขาวสะอาดอย่างลูกคนจีนในเมือง ในความคิดแบบเด็กๆของฉัน จึงคิดว่า เธอเป็นคนที่น่าคบค้าสมาคมด้วย เพราะเราเป็นเด็กในเมืองเหมือนกัน และแล้วฉันก็รู้ว่าเธอหาได้เป็นเด็กในเมืองอย่างฉันไม่ จากสำเนียงทองแดงเชยๆ ของเธอทำให้ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร ลองคบเด็กเชยเฉิ่มดูซักคนก็แล้วกัน&lt;br /&gt;หลังจากเคารพธงชาติและสวดมนต์แล้ว มะลิและฉันก็พากันไปหาห้องเรียนที่เราต้องเข้าเรียนเป็นประจำ ฉันก็พบเพื่อนอีกมากหน้าหลายตา ในชั้นเรียนของเรา ซึ่งแน่นอน เราจำเป็นต้องเลือกหัวหน้าห้อง ด้วยความที่ฉันเป็นเด็กนักเรียนโควต้า เพราะคะแนนถึงเกณฑ์ที่สามารถจะเข้าเรียนต่อในโรงเรียนเดิมได้นั้น ฉันจึงเป็นเด็กกล้าพูด และกล้าแสดงออก&lt;br /&gt;ฉัน เสนอชื่อของมะลิให้เป็นหัวหน้าชั้นทันที เพราะฉันเห็นแววผู้ตามของเธอ (ในความคิดฉัน คนจะเป็นหัวหน้าคนจะต้องรับฟังคนอื่นได้ดี) และก็ไม่ผิดหวัง เธอเป็นหัวหน้าชั้น ตามที่ฉันคาดหมาย&lt;br /&gt;มะลิและฉัน..สนิทกันมากขึ้น เมื่อเราต้องทำกิจกรรมร่วมกันในหลายๆครั้ง ฉันมีหัวคิด และมะลิมีอำนาจ ชั้นเรียนของเราจึงมักมีอะไรตื่นเต้นๆเกิดอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;วันสุดท้ายของการศึกษา ในงานปัจฉิมนิเทศน์ บรรยากาศโศกเศร้าเหลือเกิน เรากอดคอกันร้องไห้ เพราะอาลัยอาวรณ์ ไม่รู้ว่าจะเจอกันอีกเมื่อใด...&lt;br /&gt;ฉันและมะลิห่างกัน เพราะเราต่างมีหน้าที่ของตัวเอง ฉันต้องเรียนต่อ มะลิทำงาน และเรียนไปด้วย เพราะฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวยนัก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;..ฉันรู้ข่าวเลาๆว่ามะลิมีแฟน และกำลังสร้างตัว&lt;br /&gt;จวบจนวันฉันกลับไปช่วยที่บ้านทำงาน ฉันได้ข่าวมะลิ ..แต่เป็นข่าวร้าย..&lt;br /&gt;มะลิ เสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ อย่างเดียวดายบนเตียงคนไข้อนาถา ในโรงพยาบาลประจำจังหวัด&lt;br /&gt;แม่ของมะลิเล่าว่า วันสุดท้ายของชีวิต มะลิเรียกหาเพื่อน แต่ก็ไม่มีใครได้ไปดูใจ เพราะไม่มีใครรู้เรื่องของมะลิเท่าใดนักหลังจากเรียนจบและแยกย้าย&lt;br /&gt;ฉันเสียใจ.. บ้านฉันไม่ไกลจากโรงพยาบาลนั่นเลย แต่ฉันไม่เคยได้รับรู้ข่าวคราว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;ฉันรู้ทีหลังว่า มะลิมีครอบครัว ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว ซื้อห้องแถว มีรถยนต์ มีลูกเล็กๆ 1 คน&lt;br /&gt;ครอบครัวเริ่มมีฐานะ สามีมะลิก็เปลี่ยนไป กลายเป็นคนเที่ยวเตร่ และสามีเองนั่นหละ ที่นำเอดส์ร้ายมาติดมะลิ&lt;br /&gt;มะลิหมดเงิน ขายบ้าน ขายรถเพื่อรักษาสามีตัวเอง สองปีผ่านไป สามีมะลิลาโลก แต่มะลิยังอยู่&lt;br /&gt;มะลิตัดสินใจกลับบ้าน ด้วยหัวใจและร่างกายที่บอบช้ำ มะลิหมดทุกสิ่งทุกอย่าง บ้าน เงิน รถ และสามีที่มะลิแสนรัก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;ฉันไม่อยากจะนึกว่ามะลิจะอ้างว้างขนาดไหน ที่ต้องจากไปแบบไร้เพื่อน ต้องจากลูกเล็กๆที่กำลังน่ารัก ต้องจากโลกนี้ไปกับโรคร้ายที่ตนไม่ได้ก่อ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;ฉันสงสารเพื่อนเหลือเกิน รู้สึกผิด...ที่ไม่ได้อยู่ข้างๆเพื่อน ในวันสุดท้ายของลมหายใจ&lt;br /&gt;มะลิเพื่อนฉัน...ต้องจากไปก่อนวัยอันสมควร ก่อนที่จะได้ดูวันเติบใหญ่ของลูกน้อย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;มันไม่ยุติธรรมเลยแม้สักนิด ทำไมคนที่ขยันขันแข็งรักลูกและครอบครัว ถึงได้มีจุดจบเช่นนี้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;เพื่อนฉันไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย ทำไมต้องรับกรรมที่ไม่ได้ก่อ แล้วเด็กน้อยล่ะ ต้องขาดทั้งพ่อและแม่ เพราะการกระทำของคนที่เห็นแก่ตัวของคนเพียงคนเดียวคนเดียวเท่านั้นหรือ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#000066;"&gt;หรือมันเป็นกรรม เป็นเวรที่เพื่อนฉํนสร้างไว้แต่ชาติปางไหน ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันภาวนาให้เพื่อนฉัน ชดใช้เวรและกรรมนั้นให้หมดไปแต่เพียงชาตินี้ด้วยเถิด&lt;/p&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:180%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;หลับให้สบายนะมะลิ เรายังคิดถึงเธออยู่เสมอ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110194657554571737?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110194657554571737/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110194657554571737' title='3 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110194657554571737'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110194657554571737'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/12/1.html' title='เพื่อน 1'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>3</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110190462989495929</id><published>2004-11-28T13:22:00.000Z</published><updated>2004-12-01T12:40:17.530Z</updated><title type='text'>โรงละคร ตอนจบ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;พังพนา&lt;/span&gt; เป็นสาวใหญ่ ดูเหมือนจะใจดี ที่สุพรรษายินดีคบหาสมาคม อาจจะเพราะด้วยวัยของพังพนาที่เด็กกว่า สุพรรษาจึงเอ็นดูพังฯ เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เนื่องด้วยสุพรรษาเป็นพี่สาวคนโต สุพรรษาจึงทำตัวเป็นพี่สาวของพังฯ ไปโดยปริยาย ด้วยความคาดหวังว่าจะแก้ไขจุดบอดของพังฯ ที่สุพรรษามองเห็น ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเกินตัว จนน่ารังเกียจ ในความไม่รู้จักเจียมตัว (สุพรรษาเก็บงำไว้ในใจ เพราะด้วยจรรยาบรรณนางเอกไม่ควรแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง) แและหล่อนก็มองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป เพราะความช่างพูด ช่างเจรจาของพังฯน้อยๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;วันหนึ่ง สุพรรษาก็เริ่มหันกลับมามองสิ่งที่ตนเคยมองข้ามในตัวพังพนา จึงพบว่า มีอะไรลึกลงไปใน&lt;span style="color:#666666;"&gt;ความใสซื่อ&lt;/span&gt;ของพังพนา&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;ริซซี่และ แซมโซไนท์ เป็นกรณีศึกษาให้สุพรรษาหวนคิดว่าตนเองนั้นโดนครอบงำเข้าแล้ว เพราะเชื่อพังพนามาตลอดว่าบุคคลเหล่านั้นให้ร้ายตน และสิ่งหนึ่งที่ตอกย้ำความมั่นใจของสุพรรษาลงไปอีก ก็ต่อเมื่อ &lt;span style="color:#003300;"&gt;เนาวรัตน์&lt;/span&gt; เพื่อนสาวเกิดความเข้าใจผิดในตัวสุพรรษาและไปปรับทุกข์กับพังพนา ทั้งยังกำชับว่า นั่นเป็นเพียงการเล่าสู่กันฟัง มิได้หวังขยายผลต่อไปแต่อย่างใด เมื่ออารมณ์ขุ่นมัวหายไป ทุกอย่างก็คงจะกลับเป็นปรกติ แต่พังพนาหาได้ทำเช่นนั้นไม่ พังฯนำเรื่องมาบอกเล่าแก่สุพรรษา ด้วยความหวังดี ที่ประสงค์อันใด ก็สุดจะคาดเดาได้ ด้วยความที่สุพรรษารักเนาวรัตน์อย่างมิตรคนหนึ่งจะพึงมีต่อมิตร เธอจึงปรับความเข้าใจกับเนาวรัตน์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้สุพรรษาได้คิดทบทวนเรื่องราวที่แล้วๆมา&lt;br /&gt;สุพรรษาไม่โกรธพังพนา เพราะสุพรรษาเป็นนางเอก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;สุพรรษา ก็ได้แต่หวังว่า สักวัน พังพนาคงจะโตเป็นผู้ใหญ่ &lt;span style="color:#330099;"&gt;เลิกเรียกร้องความสนใจ&lt;/span&gt; ด้วยวิธีเชยๆเสียที&lt;br /&gt;สุพรรษา คาดหวังอย่างที่สุดว่า พังพนาคงจะเลิกเห็นเพื่อนเป็นของเล่น เพราะเนื้อแท้แล้วพังพนาเป็นคนมีน้ำใจ ขึ้นชื่อว่าน้ำใจแล้ว ถึงจะปลอมๆไปบ้าง สุพรรษา ก็ยินดีรับ แต่สิ่งหนึ่งที่สุพรรษาทำใจให้ยอมรับลำบากคือ พังพนาเห็นเพื่อนเป็นของเล่น เมื่อได้เพื่อนใหม่ก็จะลืมเพื่อนเก่า แถมยัง แสดงอาการน้อยอกน้อยใจ ตีอกชกหัวอย่างไร้เหตุผล เมื่อคิดว่าไม่มีเพื่อนหน้าเก่าสนใจ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;ก็หล่อนเล่นทิ้งเพื่อนเก่าให้ค้างเติ่ง แล้ววิ่งหาเพื่อนใหม่อย่างหน้าตาเฉย *หล่อนคิดว่าเพื่อนจะนั่งรอ รองรับอารมณ์หล่อนหรืออย่างไร แม่พังพนา* สุพรรษารำพึง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;*ลองหันไปมองคนใกล้ตัวดูบ้างว่า เขารักและทำเพื่อเราแค่ไหน แล้วหล่อนน่ะ เคยทำอะไรให้เขาชื่นใจบ้างหรือยัง แม่พังพนา* สุพรรษารำพึงคำรบสอง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;*การเป็นช้างเท้าหลังน่ะ ไม่ได้มีความหมายแค่สมสู่แล้วออกลูกนะจ๊ะ แม่พังพนา* สุพรรษารำพึงคำรบสาม&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:180%;color:#660000;"&gt;เมื่อรำพึงถึงแม่พังพนาได้สามคำรบแล้ว สุพรรษาก็คิดได้ว่า ถ้าตัวเองมัวแต่ติดอยู่ในวังวนเช่นนี้ เห็นจะไม่ดีต่อตัวเองและอนาคตครอบครัวเป็นแน่ สุพรรษาจึงวางแผนระบบชีวิตให้ตัวเองเสียใหม่ หัดดำเนินชีวิตปกติ อย่างเมื่อก่อนเคยติดเน็ท ไม่ว่าจะเป็นการออกไปสูดกลิ่นต้นไม้หลังบ้าน ออกกำลังกายให้ขาแขนได้ขยับจะได้เลิกโอดครวญถึงอาการปวดเมื่อยที่เกิดจากความขี้เกียจ หรือออกไปเดินเล่นเจอผู้คนจริงๆ รับฟังเสียงจากรอบข้างเสียบ้าง และพูดคุยกับคนหน้าเหลี่ยมให้น้อยลง ความสุขของคนเรามันอยู่รอบๆตัวนี่เอง สุพรรษารำพึงกับตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;-จบ-&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110190462989495929?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110190462989495929/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110190462989495929' title='2 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110190462989495929'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110190462989495929'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_28.html' title='โรงละคร ตอนจบ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110183696369769335</id><published>2004-11-27T17:35:00.000Z</published><updated>2004-12-05T22:53:33.946Z</updated><title type='text'>โรงละคร ตอนที่ 1</title><content type='html'>&lt;span style="color:#330000;"&gt;&lt;span style="font-family:georgia;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;โรงละคร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;โรงนี้ มิได้นำเสนอละครชิงรักหักสวาทแต่อย่างใด หากขัดใจผู้อ่านท่านใด ฉันขอเชิญท่านไปหาอย่างอื่นอ่านได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;โรงละคร&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;โรงนี้ มีสุพรรษาเป็นตัวดำเนินเรื่อง เรื่องราวก็เกี่ยวกับ เพื่อนทางสายเคเบิ้ล ที่เธอประสบพบเจอมา สาเหตุที่ให้ตัวร้ายเป็นตัวเอก เพราะอยากให้เรื่องราวของสุพรรษาเป็นข้อคิดสำหรับใครบางคน ที่คาดหวังอะไรมากมายเกินความจำเป็น จากโลกอินเตอร์เน็ทอยู่ ให้หันมาทำความรู้จักกับสิ่งแปลกใหม่ นอกจอเสียบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;สุพรรษา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สาวน้อยหน้าตาดีและแก่นเซี้ยว คร่ำหวอดอยู่ในวงการสนทนา (แชทรูม) มาหลายปีดีดัก&lt;br /&gt;เนื่องจากเจ้าหล่อน พำนักอยู่ต่างประเทศกับสามีผู้เป็นที่รักยิ่ง ความเหงา อ้างว้าง จึงเป็นข้ออ้างให้เธอติดโลกไซเบอร์งอมแงม ชนิดถอนตัวไม่ขึ้น (ถ้ำกระบอกเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้) การทำความรู้จักเพื่อนฝูงมากหน้าหลายตา ก็เป็นสิ่งที่หล่อนโปรดปรานยิ่งกว่าสิ่งใด&lt;br /&gt;หล่อนสนุกและโลดแล่นอยู่ในนาวาข่าวสารอยู่เป็นนาน&lt;br /&gt;นอกจากการสนทนาผ่านจอสี่เหลี่ยมที่หลงไหลแล้ว เธอยังตื่นเต้นกับการพบปะเพื่อนฝูงหน้าใหม่ ที่หล่อนเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้เองว่า นั่นเป็นการก้าวออกมานอกเส้น และทำให้เธอเสียหลักซวนเซเล็กน้อย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้คนที่หล่อนพบเจอมา ที่ทำให้สมองเธอตื่น และยอมรับความจริงมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;แคทลียา&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ผู้สูงศักดิ์ คอยบอกใครต่อใครอยู่เสมอ ถึงความมั่งมีและ เป็นผู้ดีมีตระกูลทุกกระเบียดนิ้วของเธอ เมื่อถูกมองให้ลึกลงไปกว่านั้นแล้ว ก็แค่คนธรรมดาที่พยายามลืมกำพืดและลบอดีตของตัว เท่านั้นเอง ... สุพรรษา จึงได้รู้ว่า การพบเจอคนที่ก้าวออกมาจากจอนั้น อาจจะเป็นแค่ตัวละครตัวหนึ่ง กำลังพยายามสวมบทบาทที่จิตใจฝ่ายโหยหาของตัวเองกำกับอยู่ก็ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#330033;"&gt;ริซซี่&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; สาวร่างระหง ที่สุพรรษาจำได้คร่าวๆว่า เจ้าหล่อนเคยเป็นนางแบบมืออาชีพ แต่ก็ตกอับภายในเวลาไม่นาน เพราะกรรมเก่าที่สร้างมามันรุนแรงกว่าบุญที่ไม่ค่อยจะทำในชาติภพใหม่นี้ เท่าใดนัก หล่อนจึงเป็นได้แค่แม่นกขมิ้น บินย้ายรังมาปักหลักถึงต่างประเทศ ด้วยสถานะไม่โสด และไม่ค่อยมีอันจะกิน แต่ดูเหมือนริซซี่ ก็ยังเป็นริซซี่ ที่หยิ่งผยอง ถือตัวและไม่พยายามปรับตัวในสถานที่แปลกใหม่ โทษเบื้องบนที่กลั่นแกล้งอยู่ตลอดเวลา ริซซี่จึงดูเหมือนจะมีปัญหาทางจิตใจ คอยระแวงและกลัวแม้กระทั่งว่า สุพรรษาจะแย่งอำนาจเธอไป ซึ่งสุพรรษาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า อำนาจที่ว่านั้นคืออะไร บทสรุปสุดท้ายคือริซซี่หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีแต่ข่าวแว่วมาตามสายลมว่า ริซซี่พยายามดันตัวเองให้โด่งดังในโลกไซเบอร์ การไขว่คว้าในสิ่งที่ขาดหาย และกลบเกลื่อนอดีต ช่างพบเห็นได้ง่ายจริงๆในโลก อินเตอร์เน็ท สุพรรษาได้คิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#6600cc;"&gt;แซมโซไนท์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt; ชายหนุ่มทะเยอทะยานจากที่ราบสูง ความมักใหญ่ใฝ่สูงของเขา ทำให้เค้าได้พบกันสุพรรษา โดยการนำพาของเพื่อนคนอื่นๆ แรกคบ สุพรรษาเห็นแซมโซไนท์ เป็นเด็กหนุ่มมีความสามารถและเป็น น้องที่น่าเอ็นดู แต่การใช้ความสามารถของเด็กหนุ่มแซมโซไนท์ เป็นไปในทิศทางที่ออกจะเห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้อยู่ไม่น้อย สุพรรษาจึงตัดสินใจ บอกกล่าวแซมโซไนท์ตรงๆ ไม่นึกว่า เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้สุพรรษาและแซมโซไนท์ต้องผละออกจากกันในที่สุด&lt;br /&gt;อีกข้อที่เป็นบทเรียนของสุพรรษาก็คือ คนบางคนยอมรับไม่ได้เมื่อโดนวิพากษ์วิจารณ์ บางครั้งการมองดูอยู่เงียบๆและปล่อยชีวิตคนที่รู้จัก &lt;em&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;ว่ายวน&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;ไปตามกรรม น่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110183696369769335?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110183696369769335/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110183696369769335' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110183696369769335'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110183696369769335'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/1.html' title='โรงละคร ตอนที่ 1'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110151328522895828</id><published>2004-11-26T23:32:00.001Z</published><updated>2004-12-05T22:52:58.773Z</updated><title type='text'>ลาว</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#330033;"&gt;ฉันสงสัยมานานมากแล้ว ว่า *ลาว* ที่คนทั่วไปใช้เรียกขาน เหมือนสรรพนามใหม่นั้น เป็นคำหยาบคายหรืออย่างไร&lt;br /&gt;ทุกครั้งที่ฉันได้ยินคำว่า *ลาว* ฉันมักจะจับได้ถึงน้ำเสียงที่เหยียดหยันและเสียดสี&lt;br /&gt;แม้แต่ตัวฉันก็เคยใช้คำว่า ลาว กับเพื่อน เวลาไม่พอใจ ขำขัน หรือเย้ยหยัน เมื่อเห็นเพื่อนทำในสิ่งที่ไม่ต้องตา และคิดไปเองว่ามันไม่ต้องใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนฉันมาอยู่แดนไกลอย่างนี้ ฉันก็ได้นิยามของคำว่า *ลาว* ที่แตกต่างไป&lt;br /&gt;....ด้วยความที่ฉันมีเพื่อนมากมาย เพื่อนของฉันจึงมีหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแกงค์นางฟ้า ที่ชอบผดุงความยุติธรรม(แบบแปลกๆ) กลุ่มไฮโซ(สมมติ) และกลุ่มน้องลาว (ที่อ่อนน้อมถ่อมตนและรวมตัวกันเรียกตัวเองว่า ลาว)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ความคิดดูถูกเหยียดหยัน และหัวเราะลาว เปลี่ยนแปลง เมื่อฉันเจอเพื่อนที่เขาเรียกตัวเองว่าเป็นลาว&lt;br /&gt;ทั้งๆที่ในความเป็นจริง พวกเขาก็เป็นคนไทยนี่แหละ เพียงแต่มาจากที่ราบสูงของไทย แถมบางคนออกจะใกล้ชายแดนเขมรเสียอีก&lt;br /&gt;เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำ ว่าคำว่า ลาว ที่แท้จริงนั้น มันหมายถึง คนลาว ชาวลาว มาจากประเทศลาว&lt;br /&gt;เขาเรียกตัวเองว่า ลาว เพราะคนกรุง รวมถึงคนบ้านนอกแดนสะตอแบบฉัน รวมหัวกันเรียกพวกเขาว่า *ลาว*&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;....จริงๆแล้ว เพื่อนฉันเหล่านั้น ไม่ได้มีแม้แต่ความเป็นลาว ดังที่หลายคนอุปโลกย์ไว้ แม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเนื้อแต่งตัว การพูดการจา หรือการเข้าสังคมที่นี่ เขาก็ไม่ได้แตกต่างจากพวกชาวเมืองที่ไหนๆเลย ออกจะทันสมัยกว่าฉันเสียด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;....จะแตกต่าง ก็ตรงพวกเขากลมเกลียว และรวมตัวกันพูดภาษาเดียวกัน ให้ฉันงุนงงเล็กน้อย เวลาเข้ากลุ่ม พวกเขาให้เหตุผลกับฉันว่า เขาพูดไทยกันไม่ถนัดนัก เพราะเขาคุ้นเคยกับสองภาษา คือภาษาถิ่นอีสานและ ภาษาอังกฤษ&lt;br /&gt;***ข้อแรกที่ฉันเจอในเพื่อนกลุ่มลาวคือ ....อารมณ์ขัน&lt;br /&gt;.... ผิดกับเพื่อนฉันบางคน ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขชาวใต้เข้มข้น แบบเดียวกับฉัน แต่มักจะบอกว่า เธอพูดใต้ไม่ได้ ทั้งๆที่ภาษาไทยกลางเธอ ก็ไม่ได้แข็งแรงมากมายอะไร มิหนำยังหลุดศัพท์เสียงในฟิล์มให้ฉันแอบหัวเราะออกจะบ่อย&lt;br /&gt;บางครั้ง หล่อนก็พูดภาษาใต้ชัดเจนไร้ทองแดง หรือทองเหลืองมาเจือปน แล้วบอกกับฉันว่าจริงๆแล้วเธอพูดใต้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อยแต่ถ้าพูดตามคนอื่นล่ะ พอได้ หึหึ... เชื่อจ้ะ มีเหตุผล ..น่ารับฟัง..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***เรื่องภาษาต่างๆที่ใช้นั้น ไม่ได้มีอุปสรรคกับฉันเลยแม้แต่เพียงนิด เพราะฉันรักทุกภาษา อาจจะเพราะฉันมีพรสวรรค์ในการเรียนรู้ภาษาต่างๆ มากกว่า วิชาคณิตศาสตร์กระมัง ฉันถึงไม่เคยรู้สึกไม่เสนาะหูกับภาษาใดๆ ในโลก ***อีกข้อหนึ่งที่ฉันค้นพบในตัวเพื่อนลาวคือ ..น้ำใจ..&lt;br /&gt;*น้ำใจ* ของเพื่อนฉันสิสำคัญ ฉันรู้สึก เพื่อนลาวของฉันมีน้ำใจเสียจริงๆ แถมยังเป็นคนไม่คิดมาก รักเสียงเพลงมากกว่าเสียงก่นด่า หรือเย้ยหยัน **อีกทั้งยังชอบสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ เจอกันทีไร มักจะพูดถึงวิถีชีวิตในอดีตมากกว่า ยี่ห้อเสื้อผ้าติดกาย&lt;br /&gt;หวนให้ฉันนึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก บรรยากาศไม่เร่งรีบ ปราศจากการแข่งขันนั้น ฉันคุ้นตา และโหยหาอยู่เสมอเมื่อยามโต&lt;br /&gt;คำว่า *ลาว* สำหรับฉัน มันไม่ใช่คำสบประมาท หรือคำสบถอีกต่อไป มันหมายถึง น้ำใจ แบบชาวบ้านๆ ชนบทๆ ที่ฉันเคยคุ้นเคย และเรียกร้องเมื่ออยู่แดนไกลแบบนี้ต่างหากเล่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันไม่นึกตำหนิบุคคลใด ที่ใช้คำว่า ลาว เป็นคำจิกด่า เพราะฉันเชื่อว่า ประสบการณ์ของแต่ละบุคคลที่ได้รับมานั้น แตกต่างกัน แต่อย่างน้อยถ้าเราเปิดหู เปิดตา รับสิ่งดีๆเข้ามา และปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้เรื่องที่เป็นเรื่องส่วนตัวของใครให้มากนัก เราน่าจะค้นพบอะไรดีๆ ในอีกมุมมองหนึ่งเป็นได้ เหมือนอย่างฉัน ที่เปลี่ยนทัศนคติ เมื่อเจอกลุ่มลาวแดนไกลนั่นอย่างไร&lt;br /&gt;***ถ้าคุณเปิดใจ และพร้อมที่จะศึกษาใครสักคน คุณจะพบว่า บางครั้งในตัวคนที่คุณไม่เคยเห็นความดีของเขาเลย อาจจะมีความน่ารักเล็กๆ ซ่อนอยู่ให้คุณได้ยิ้มออกสักครั้งก็ได้นะ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;object codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=" height="0" width="0" classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000"&gt;&lt;param name="_cx" value="26"&gt;&lt;param name="_cy" value="26"&gt;&lt;param name="FlashVars" value=""&gt;&lt;param name="Movie" value="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?1206"&gt;&lt;param name="Src" value="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?1206"&gt;&lt;param name="WMode" value="Window"&gt;&lt;param name="Play" value="-1"&gt;&lt;param name="Loop" value="-1"&gt;&lt;param name="Quality" value="High"&gt;&lt;param name="SAlign" value=""&gt;&lt;param name="Menu" value="0"&gt;&lt;param name="Base" value=""&gt;&lt;param name="AllowScriptAccess" value="always"&gt;&lt;param name="Scale" value="ShowAll"&gt;&lt;param name="DeviceFont" value="0"&gt;&lt;param name="EmbedMovie" value="0"&gt;&lt;param name="BGColor" value=""&gt;&lt;param name="SWRemote" value=""&gt;&lt;param name="MovieData" value=""&gt;&lt;param name="SeamlessTabbing" value="1"&gt;&lt;embed src="http://www.bzro.net/getcode/postjung.php?1206quality=" pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash" type="application/x-shockwave-flash" width="0" height="0"&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/object&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110151328522895828?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110151328522895828/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110151328522895828' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110151328522895828'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110151328522895828'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_26.html' title='ลาว'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110133053743882325</id><published>2004-11-23T20:29:00.000Z</published><updated>2004-11-24T21:14:54.106Z</updated><title type='text'>รักบริสุทธิ์</title><content type='html'>&lt;EMBED src="http://203.150.224.138/musicart//newmusicstation/kunchit/saotak.swf" quality=high bgcolor=#ffffff  WIDTH=0 HEIGHT=0 TYPE="application/x-shockwave-flash" PLUGINSPAGE="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash"&gt;&lt;br /&gt;				 &lt;/EMBED&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันเชื่อว่า ความรักของคนเรา ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้น รักจึงเกิดขึ้นกับหลายๆคน และหลายๆครั้ง&lt;br /&gt;บางคนมีรัก ตอนสมัยอนุบาล (แก่แดดจริงๆเชียว)&lt;br /&gt;บางคนมีรัก ตอนหนุ่มนมเริ่มแตกพาน (สาวๆก็นมตั้งเต้านะจ๊ะ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนรักของฉัน ครั้งหนึ่ง ก็เคยเกิดขึ้นเมื่อ ฉันเริ่มเข้าสู่สาวรุ่น วัยกำดัด เป็นความรักที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีการเสียเนื้อเสียตัว หรือหลั่งสารอะไรต่อมิอะไรออกจากร่างกาย เพราะรักครั้งนั้น เป็นรักข้างเดียว (โฮะๆๆๆๆ)&lt;br /&gt;ฉัน ... รักเขาข้างเดียว&lt;br /&gt;เขาช่างน่ารัก สเปคฉันเลย&lt;br /&gt;สูงๆ ขาวๆ ตาตี่ๆ สุภาพๆ เรียบร้อยๆ (ทำไมต้องย้ำ)&lt;br /&gt;เราเริ่มจากการเป็นเพื่อนกัน&lt;br /&gt;เขาใจดีจัง... เรากลับบ้านพร้อมกันบ่อยๆ&lt;br /&gt;สุภาพบุรุษเหลือเกิน ...เราเริ่มสนิทกัน&lt;br /&gt;หัวใจฉํนเต้นถี่ผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นหน้าเขา (นี่หละอาการแอบรัก)&lt;br /&gt;ตัวฉันสั่นๆ และร้อนผ่าวเมื่ออยู่ใกล้ๆเขา อืม... หอมจัง&lt;br /&gt;แอบหน้าแดง... เมื่อเห็นสมุดจดงานของเขาเรียบร้อย ลายมือสวยจัง หมึกหลายสี สวยเหมือนสายรุ้งเลย&lt;br /&gt;อายจัง... เวลาฉันสัปหงกน้ำลายยืดแทบจะรดเสื้อเขาบนรถเมล์ แต่เขาก็บรรจงหยิบกระดาษทิชชู่ลายคิตตี้ส่งให้ฉัน มีน้ำใจเหลือเกิน.. ผู้ชายคนนี้&lt;br /&gt;อยากจูบแก้มขาวๆนั่นจัง ขาวและใสเหลือเกิน แต่ก็กลัวสีดำๆจากหน้าฉันจะเลอะเขา... จึงหยุดความคิดไว้แค่นั้น&lt;br /&gt;ปากสีชมพูน้อยๆ ก็ช่างเจรจา (แถมยังเติมลิปบาล์มเป็นระยะๆ ช่างเป็นคนรักตัวเองเหลือเกิน ..ฉันชื่นชม)&lt;br /&gt;เขาก็เหมือนจะรู้ ..ฉันอาจจะเข้าข้างตัวเองมากไป ว่าเขาก็สนใจผู้หญิงอ้วนดำๆ แบบฉันเหมือนกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และแล้ว ฉันก็ได้รู้ว่า ไม่มีผู้ชายทั้งดุ้นคนไหน เขาส่งสายตาหวานเยิ้มกับผู้ชายมีงวงด้วยกันหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เหมือนผีเสื้อแสนสวยเปลี่ยนมาจาก รูปลักษณ์ดักแด้อันน่าเกลียด&lt;br /&gt;2 ปีต่อมา ผู้ชายที่ฉันแอบรัก เขาก็มีรักกับชาย ที่เขารัก (..เขาปิดบังอยู่ได้ตั้งนาน ไม่รู้ว่าเขาแนบเนียน หรือฉันโง่..)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันอกหักเพราะรักผู้ชายหน้าใส&lt;br /&gt;รักของฉันครั้งนั้น รักษาความบริสุทธิ์ในตัว และหัวใจฉันได้ เพราะผู้ชายไร้กลิ่นคนนั้นจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ขอบคุณเหลือเกิน&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110133053743882325?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110133053743882325/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110133053743882325' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110133053743882325'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110133053743882325'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_23.html' title='รักบริสุทธิ์'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110124455336163207</id><published>2004-11-22T21:01:00.000Z</published><updated>2005-10-14T22:39:19.280+01:00</updated><title type='text'>จันทร์เจ้าเอย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#003300;"&gt;จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง&lt;br /&gt;ขอแหวนพลอยแดง ผูกมือน้องข้า&lt;br /&gt;..... หลายๆคนคงจำบทกลอนนี้ได้&lt;br /&gt;ฉันมีน้องชายกับเขา 1 คน แต่ฉันก็ไม่เคยแหงนหน้ามองจันทร์แล้วขอสิ่งใดให้น้องเลยสักครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาวันนี้... ฉันอยากเห็นดวงจันทร์เต็มๆดวงอีกสักครั้ง แล้วขอพรให้น้องของฉัน ประสบรักแท้เสียที&lt;br /&gt;น้องและฉัน เป็นคู่พี่น้องที่ไม่ค่อยจะแสดงความรักต่อกันกันสักเท่าใดนัก น้องมักจะรังแก และพูดจาทำร้ายจิตใจฉันเสมอ ฉันก็มักจะเจ็บแค้นและเคยคิดฆ่าน้องตัวเล็กๆ อยู่หลายหน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนฉันแต่งงาน ฉันได้รับรู้ว่าน้องของฉัน มีความรัก&lt;br /&gt;ตอนนั้นดูเหมือนความรักของน้องและผู้ชายคนนั้น หวานชื่น และดำเนินไปได้ด้วยดี&lt;br /&gt;น้องของฉัน... เปลี่ยนจากไอ้ลิงเหลวไหล เป็นผู้ชายแสนดี&lt;br /&gt;น้องของฉัน... ขยันทำมาหากิน และเริ่มเก็บหอมรอมริบ&lt;br /&gt;น้องของฉัน... คิดถึงอนาคตที่จะมีกับหญิงที่รัก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนวันหนึ่ง น้องของฉันเป็นทุกข์ เพราะความรักไม่สมหวัง&lt;br /&gt;น้องของฉัน...เป็นทุกข์ เพราะผู้หญิงคนนั้นเริ่มกระแดะ และหวาดกลัวหน้าตามหาโหดของน้องฉัน&lt;br /&gt;ฉันก็ทุกข์... เพราะไม่สามารถอยู่ใกล้ๆน้องและคอยปลอบโยนได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จนวันนี้ น้องของฉัน ก็ดูเหมือนจะยังรอคอยผู้หญิงคนนั้น คนที่ทำให้น้องเจ็บ&lt;br /&gt;ฉันได้ข่าวคราวแว่วๆมาว่า น้องชายฉันกำลังมีความหวัง ว่าหญิงคนนั้นจะกลับมา&lt;br /&gt;และวันนี้ ฉันอยากจะขอพรจันทร์ ให้น้องได้สมหวังกับความรักเสียที&lt;br /&gt;และวันนี้ ฉันอยากขอพรจันทร์ ให้น้องได้โตขึ้น เป็นชายหนุ่มที่เข้มแข็งทั้งกะลังกายและใจ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หายอกหักไวๆนะ ไอ้ลิง&lt;br /&gt;และ .. ไปจากชีวิตน้องกูเสียทีเถอะ อีดอก &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110124455336163207?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110124455336163207/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110124455336163207' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110124455336163207'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110124455336163207'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_22.html' title='จันทร์เจ้าเอย'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110115968779106737</id><published>2004-11-21T21:03:00.000Z</published><updated>2004-12-05T22:50:39.210Z</updated><title type='text'>หมากป๋า</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#330099;"&gt;ปาก ... เป็นอวัยวะส่วนหนึ่ง ที่สำคัญ ในร่างกาย ลองคุณไม่มีปากบนใบหน้าสิ ฉันคงวิ่งผมเปียกระจายแน่ๆ (ตอนนี้ สมมติตัวเองเป็น พจมาน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายคนบอกว่า ปากฉันน่ากลัว เพราะดูเหมือนมันใหญ่จนอมหมาได้ทั้งฝูง&lt;br /&gt;กัดใคร ก็ไม่ได้เลือกดูหน้า แหม... ก็หมาฝูงหนึ่ง คงจะมีหมาดีและหมาเลว ปะปนกันไป ดูอย่างในสังคมคนเราสิ มีทั้งคนดี แบบฉํน และไม่ดี(แบบที่ฉันไม่ชอบ) อีกมากมาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพราะคะแนนเสียงท่วมท้น จากหลายๆคน ลงมติว่าปากฉันมันหมาสุดๆ .... ทำให้ฉํนมานั่งนึกตรึกตรอง และทบทวนดู ฉันก็เห็นควรด้วย (ห้ามผวน) ว่ามันก็หมาแบบที่เขาว่าจริงๆ&lt;br /&gt;แถม ..ฉันยังจำแนกประเภท หมาในปากของฉันเอง เสร็จสรรพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมาตัวแรก เป็นหมาที่ชอบหยอกเย้า กระเซ้าเส้น เห็นใครก็เข้าไปก้อร่อก้อติก อยากจะเล่นมันไปเสียหมดกับทุกคน ....บางครั้ง เจอเอาคนอารมณ์ไม่ดี ก็เตะหมาอย่างฉันเสียกระเด็น ต้องหลบมานอนเลียสีข้างอยู่เป็นนาน (แต่ก็ไม่เคยเข็ด)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมาตัวที่สอง เป็นหมาท่านเปา เห็นใครโดนรังแกไม่ได้ (คิดเอาเองว่าเขาโดนรังแก) ก็จะกระโดดเข้าขวาง หมาตัวนี้ ออกแนวรักเพื่อน ....แต่เพื่อนมักเห็นเป็นหมาบ้า กล้าตาย เพื่อนกัดกัน ฉันอยู่แถวหน้า ส่งเสียงเชียร์ ส่วนฉันโดนกัดเหวอะหวะ อ่วมกลับมา หายาใส่แผลเอาเอง ออกบ่อย (แต่ก็ชิน)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หมาตัวที่สาม เป็นหมาฉกรรจ์ หมาตัวนี้ พูดจาคึกคะนอง ตามน้ำตามทะเลอยู่เรื่อย เพื่อนด่าใครให้ฟัง หมาตัวนี้หอนรับ โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนมันแอบก๊อปปี้ส่วนที่ฉันหอน และก็เช่นเคย ฉันก็โดนเละอีกคราว ก็เพื่อนมันเหี้ย...นี่ ไม่ใช่หมาอย่างฉัน (ฉันต้องยอมรับ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จริงๆแล้ว ยังมีหมาอีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่หมาทั้งสามลักษณะที่ฉํนกล่าวถึงนั่น เป็นหมาเด่นประจำตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เข้าฤดูหนาวแล้ว หมาของฉัน นิ่งอมพะนำอยู่ในปาก เพราะฤดูกาลหมาจำศีล&lt;br /&gt;ฤดูใบไม้ผลิเมื่อไหร่ล่ะก็ หมาเล็กหมาน้อยของฉัน ออกมาโลดแล่นอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***เตรียมตัวไว้นะ เหี้ยๆทั้งหลาย*** &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110115968779106737?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110115968779106737/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110115968779106737' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110115968779106737'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110115968779106737'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_21.html' title='หมากป๋า'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110107154425614187</id><published>2004-11-20T21:07:00.000Z</published><updated>2004-11-21T21:12:24.256Z</updated><title type='text'>.........</title><content type='html'>&lt;img src="http://img10.exs.cx/img10/5113/rice4.jpg" alt="Image Hosted by ImageShack.us" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....ตะวันส่องใส    แดดฉายลงมา   ทาบทาทิวทุ่ง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แผ่วลมผ่านโรย    เหมือนโปรยกลิ่นปรุง   ดอกฟางหอมลอย...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....ดอกหญ้าดาว   วับวาวทางเกลื่อน   เหมือนดังหยาดพลอย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แตะนิดต้องน้อย  ราวมณีร่วงพรู   พัดพรายลงดิน....       &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....จะอยู่แดนไหน  สุดฟ้าแสนไกล   คะนึงถึงถิ่น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ด้าวแดนแผ่นดิน  ที่เราจากมา   เนิ่นนานแสนนาน...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....ดอกหญ้างาม   งดงามดังก่อน   หรือร่อนร่วงราน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;แดดร้อนดินแล้ง  ลมระงมแผ้วพาน  บ้านนาป่าเขา...        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....ทุ่มกายทุ่มใจ  เข้าโหมแรงไฟ   หัวใจแรงเร่า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ยิ่งสร้างยิ่งทำ  ระกำหนักเบา   ดิ้นรนหนทาง...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....เจ้ามิ่งขวัญ   ยิ่งวันยิ่งเดือน   ยิ่งเลือนยิ่งราง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ทอดทิ้งทุ่งร้าง วันและวันผ่านเยือน   เหมือนเดินทางไกล...        &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....ตะวันส่องแสง  สาดแสงลงมา  ทาบทาทางใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ร่วมจิตร่วมใจ  ก้าวไปก้าวไป   ฝ่าภัยร้อยพัน...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;....มิ่งขวัญเอ๋ย หัวใจเรามั่น   เหมือนทานตะวัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Times New Roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#660000;"&gt;&lt;span style="font-size:+0;"&gt;เฉิดแสงแรงฝัน   กลางรวีตะวัน   สีทองส่องใส...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดย  อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110107154425614187?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110107154425614187/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110107154425614187' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110107154425614187'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110107154425614187'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_20.html' title='.........'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110096900244799220</id><published>2004-11-19T16:18:00.000Z</published><updated>2004-11-20T21:43:31.240Z</updated><title type='text'>ความต่าง</title><content type='html'>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;img alt="Image Hosted by ImageShack.us" src="http://img35.exs.cx/img35/8310/t_g_pudsey.jpg" /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#330000;"&gt;คืนนี้ นั่งดูรายการโทรทัศน์&lt;br /&gt;เป็นรายการ ของช่องบีบีซี 1&lt;br /&gt;เป็นรายการพิเศษ หาเงินช่วยเหลือเด็ก&lt;br /&gt;หวนนึกถึงสมัยฉัน ยังเป็นเด็กๆ&lt;br /&gt;เมื่อเกิดอุทกภัย อัคคีภัย วาตะภัย หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำพาความเดือดร้อน สู่คนในชาติ&lt;br /&gt;ก็มักจะมี รายการพิเศษ เป็นรายการที่สนองนโยบายรัฐ ประหยัดไฟ รายการหนึ่ง ที่ได้ผลดีเยี่ยม เพราะไม่ได้รับความสนใจจากคนส่วนใหญ่ ที่มักจะนิยมรายการเพื่อความบันเทิง เสียมากกว่า เช่นละครหลังข่าวตามโทรทัศน์ช่องต่างๆ&lt;br /&gt;ในความคิดฉัน การจัดรายการพิเศษนั้นก็เป็นความคิดใช้ได้แต่ไม่ค่อยจะเข้าท่า ของหมู่สังคมชั้นสูง&lt;br /&gt;เนื้อหารายการที่ว่านั้น ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปจากเดิมเลย คือ มีเศรษฐี แต่งตัวสวยๆ ทรงผมฟูฟ่อง เครื่องประดับกายฉายแสงวิบวับ ชวนปล้น ออกมาครวญเพลง แล้วมีนักแสดง หรือเจ้าหน้าที่กิตติมศักดิ์ นั่งเรียงแถวหน้ากระดาน หน้าเครื่องรับโทรศัพท์ รอรับเงินบริจาค จากเสียงเพลงแต่ละเพลง อาจจะมีผิดแผกไปบ้าง ก็คือ มีเศรษฐีหน้าใหม่ๆ ที่ฉันไม่เคยคุ้นตามหนังสือพิมพ์มาปรากฎกาย ครวญเพลงชวนขนหัวลุก ในบางปี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนรายการโทรทัศน์ที่หารายได้ให้กับมูลนิธิต่างๆของที่นี่ ส่วนใหญ่จะเน้นให้ คนหมู่มากมีส่วนร่วม&lt;br /&gt;มีเกมต่างๆ ให้เข้าแข่งขัน ชิงเงินรางวัล แล้วนำเงินนั้นมาให้ เป็นสาธารณกุศล&lt;br /&gt;หมู่บ้านที่ฉันอยู่ก็จัดงานที่ว่าอยู่ทุกปี ผู้คนในหมู่บ้านสนุกสนาน แถมยังได้ช่วยบรรเทาทุกข์แก่ผู้ที่ต้องการเงินบริจาคอีกต่างหาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่กล่าวมานั้น ฉันมิได้คัดค้าน หรือไม่ยอมรับในการกระทำของคน สังคมชั้นสูง ฉันยอมรับในความพยายามของพวกเขาด้วยซ้ำ คิดในอีกแง่ นอกจากเขาหล่านั้น ได้มีความสุขจากการร้องเพลงแล้ว ยอดเงินจากการบริจาค ยังเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย&lt;br /&gt;เพียงแต่ ฉันได้ดูรายการของที่นี่ ก็เกิดความนิยมอยู่ในใจว่า ถ้าการทำการกุศล เกิดขึ้นจากการร่วมมือของทุกคน ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น มันก็เป็นความต่างของสภาพสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ ด้วยเหมือนกัน ประเทศของเรา ความเหลื่อมล้ำของฐานะทางเศรษฐกิจ สูงกว่าคนที่นี่ หลายเท่านัก จะให้เอาแบบอย่างไปปฏิบัติก็คงเป็นไปได้ยาก&lt;br /&gt;ดังนั้น ฉันก็อยากให้ผู้อ่านเข้าใจด้วยว่า ฉันไม่ใช่อีเห็ดสดประเภทใดประเภทหนึ่ง ที่ลืมตัว ลืมชาติกำเนิด ฉันแค่อยากแสดงความคิดเห็น ในมุมมองอีกมุมหนึ่งที่ฉันเห็น เท่านั้นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...สวัสดี...&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110096900244799220?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110096900244799220/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110096900244799220' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110096900244799220'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110096900244799220'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_19.html' title='ความต่าง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110089779541993323</id><published>2004-11-18T20:56:00.000Z</published><updated>2004-11-20T12:13:09.420Z</updated><title type='text'>อีเห็ดสด</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/mushroom.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000066 1px solid; BORDER-TOP: #000066 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000066 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000066 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/mushroom.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#990000;"&gt;เห็ดสดๆ เป็นอาหารดีมีคุณค่า เป็นแหล่งรวม แร่ธาตุ วิตามิน ทั้งหลายแหล่ ที่ร่างกายต้องการ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#990000;"&gt;แต่ ... &lt;span style="color:#000066;"&gt;อีเห็ดสด&lt;/span&gt;... เป็นคำจำกัดความ ของบุคคลที่ฉันรังเกียจ และพึงถอยห่าง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;font-size:130%;color:#990000;"&gt;ในสายตาของคนที่อยู่ต่างบ้านต่างเมืองอย่างฉัน เจอ อีเห็ดสดหลายจำพวก ซึ่งคล้ายๆกับเห็ดสดที่มีหลายชนิดนั่นล่ะ ไม่ว่าจะเห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง และ เห็ด ฯลฯ&lt;br /&gt;อีเห็ดสด... ที่นี่ก็จำแนกตามความสันดานหลักๆที่พบเห็นได้ไม่ยาก เหมือนอย่างที่คนนิยมบริโภคเห็ดสดหลักๆ อยู่ไม่กี่ชนิด อาทิ เห็ดหอม เห็ดนางฟ้า เห็ดฟาง และเห็ดหูหนู ซึ่งแท้จริงแล้วยังมีเห็ดอีกนับร้อย นับพันชนิดที่กินได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาดูอีเห็ดสดที่ฉันจำแนกตามสันดานกันเถอะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;อีเห็ดสดที่ 1.&lt;/span&gt; เป็นอีเห็ดสด มือใหม่ ซิงๆ เพิ่งมาอยู่ กำลังตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัว มีอาการของ คัลเจอร์ช็อค เจือปนช่างซัก ช่างพูด ช่างเจรจา&lt;br /&gt;วันดีคืนดี เธอก็มีคำถามมาป้อนอีเห็ดสด รุ่นป้า เช่น พี่คะๆ บ้านพี่มีเครื่องล้างจานไหมคะ ? พี่ๆคะ บ้านพี่ มีโรงรถมั้ยคะ ?? พี่ๆคะ พี่ขับรถยี่ห้ออะไรคะ ?? (อีเห็ดสด มึงจะถามเพิ่มรอยหยักในสมองเหรอ ฉันรำพึงเบาๆ)&lt;br /&gt;...อีเห็ดสดเอ๋ย อย่าตื่นเต้นไปนักเลย หัวใจมันจะเต้นผิดจังหวะเอา อันตราย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;อีเห็ดสดที่ 2.&lt;/span&gt; เป็นอีเห็ดสดที่ มาอยู่ได้สักพัก แต่ก็ยังคิดว่าตัวเองยังเดินอยู่บนถนนสีลม ก็จะเป็นอีเห็ดสดประเภท พูดภาษาไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่เคยพยายามขวนขวาย ทั้งๆที่ตัวเองต้องมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ อีกทั้งยังสวาปามอาหารบ้านเกิด ราวกับตัวยังอยู่ถิ่นที่เดิม โดยไม่เคยคิดจะปรับตัว ราวกับหญิงสูงศักดิ์ไม่เคยน้อมกายลงชมดอกไม้ข้างทาง&lt;br /&gt;...อีเห็ดสดเอ๋ย เคยรู้บ้างไหมว่า การรู้อยู่นั้น เป็นการนำพาตัวเองเข้าสู่โลกกว้างอย่างคนพัฒนาแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;อีเห็ดสดที่ 3.&lt;/span&gt; เป็นอีเห็ดสดเริ่มเก่า แก่พรรษา อาการจะเหนียวๆ สู้ฟัน อีเห็ดสดประเภทนี้ เกิดการปรับตัวอย่างเฉียบพลัน จากหน้ามือเป็นหลังตูด สมองเริ่มเสื่อม เพราะอยู่นาน พอเปลี่ยนที่เข้าหน่อย กลับมองบ้านเก่า เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน อาหารที่เคยกินก็ไม่ค่อยจะถูกปาก เริ่มทำอาหารสัญชาติตัวเองไม่อร่อย แถมท้ายด้วย พูดภาษาตัวเองไม่ได้ ...บอกแล้วไง สมองมันเสื่อม กว่าจะออกมาสักคำ ก็จะมี เอื้อนๆ เอ้อๆ อ้าๆ ถ้าเข้ามาใกล้ฉันอีกสักนิด ประเดี๋ยวจะทำให้ร้องเอ๋งกลับไปเลยทีเดียวเชียว&lt;br /&gt;...อีเห็ดสดเอ๋ย เพลาๆลงบ้างอาการกระแดะไม่ดูตาม้าตาเรือ ของหล่อน อยากรู้นัก กลับบ้านเก่าแต่ละครั้งน่ะ พูดภาษาอะไรกับบุพการี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;***เหล่านี้คือ อีเห็ดสด ที่ฉันประสบพบเห็นมา ทั้งนี้และทั้งนั้น นิสัยของบุคคลประเภทอีเห็ดสดที่ฉันกล่าวถึง ไม่ใช่เป็นนิสัยที่แสดง ธรรมดาให้ไว้เบื่อเล่นๆ แต่เป็นสันดาน ที่แสดงออกมาอย่างเกินพอดี จนหลายครั้ง ทำเอาฉันระอา จนอยากจะเป็นอีเห็ดสดสักจำพวก แต่อย่างฉํน คงเป็นได้แค่อีเห็ดสด แนวๆนางเอก โดนตบจูบๆนั่นหละ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000099;"&gt;+++อย่างไรก็ตาม ฉันก็ต้องขอขอบคุณอีเห็ดสดทั้งหลาย ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประกอบการพิมพ์ไว้ ณ. ที่นี้ +++&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110089779541993323?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110089779541993323/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110089779541993323' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110089779541993323'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110089779541993323'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_18.html' title='อีเห็ดสด'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110089218072589496</id><published>2004-11-17T19:23:00.000Z</published><updated>2004-11-20T16:46:28.540Z</updated><title type='text'>สับสน</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/Sunset.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000066 1px solid; BORDER-TOP: #000066 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000066 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000066 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/Sunset.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#330033;"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;หมู่นี้ ได้ข่าว ดารา นักร้อง ต่างๆ ตบเท้า เข้าแถวกันพิมพ์หนังสืออย่างคึกคัก&lt;br /&gt;ทั้งเปลือยหัวใจ เปลือยนิสัย เปลือยสันดาน ต่างๆ นานา&lt;br /&gt;เห็นบางท่าน เพิ่งจะเข้าวงการมายาได้ไม่นาน ก็มีเรื่องราวสารพัดมาบรรจุในหนังสือ ทำให้คิดไปว่า ท่านเหล่านั้น ช่างมีความจำเป็นเลิศ คงจำทุกรายละเอียดของชีวิตประจำวันเป็นแน่แท้ ถึงได้มีร้อยแปดกระบวนท่า มาตีแผ่ให้ฮือฮากัน&lt;br /&gt;ฉันถึงได้พยายาม งัดแปดร้อยกระบวนท่า มาพิมพ์บ้าง เผื่อจะเกิด(เป็นตัวประกอบเล็กๆ ในเสี้ยววรรณกรรม)&lt;br /&gt;เอาเถอะ... มันก็แค่ความฝันของผู้หญิงตัวดำๆคนหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนึ่งในนักร้องที่ฉันชื่นชอบเป็นอย่างมาก ก็เพิ่งจะออกหนังสือมาเล่มหนึ่ง ซึ่งฉันเพิ่งไปเยือนเธอมาถึง เฮือนมาหมาดๆ&lt;br /&gt;ได้ข่าวว่าหนังสือของเธอ เปรี้ยงปร้าง พอดู เพราะ เป็นการเปิดเผยแง่มุมความรักที่ผิดศีลธรรม จรรยา เรียกว่าเธอกล้าชนิดเย้ยฟ้าเมืองไทย เมืองพุทธ เลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คนที่ฉันคิดว่า ง่ายต่อการคบหานั้น &lt;strong&gt;ควรจะเป็นคนชนิดเปิดเผย และตรงไปตรงมา&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;แต่ไม่สู้จะเห็นด้วย กับความเปิดเผยแบบบ้าบิ่น ปราศจากเหตุผลเท่าไรนัก&lt;br /&gt;การที่คนเรา เคยมีความรักแบบผิดศีลธรรม ไร้ความยับยั้งชั่งใจ กระทำการอย่างปกปิด ซ่อนเร้น&lt;br /&gt;แล้วนำเอาความผิดหวังจากรักนั้นมาตีแผ่ เพราะเห็นว่ามีศักยภาพที่กระทำได้ อีกยังกล่าวว่า งานเขียนของตัวเอง ได้เป็นอุทาหรณ์ แก่สาวบ้านเดียวกับเธอ ให้อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ฉันไม่คิดว่าการกระทำนั้น เปิดเผยอย่างสวยงามและควรจะเป็น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอื้องดอกนั้น ได้ถูกมือชายทำร้ายอย่างที่เธอป่าวร้อง หรือเป็นการบ่งบอกถึงความไม่ยับยั้งชั่งใจ ของตัวเอง หลงใหลกับราคะ โดยไม่หวั่นกับคำประนามกันแน่&lt;br /&gt;เห็นเธอในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เธอบอกว่า การกระทำของเธอครั้งนั้น ไม่มีใครว่าเธอเลย แม้แต่หญิง เจ้าของผู้ชายคนนั้น .... ช่างน่าทึ่งในน้ำใจหญิงผู้นั้นเสียจริงๆ...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเป็นบุคคลมีชื่อเสียง มันดีแบบนี้นี่เองละหรือ จะทำการใดก็ได้ โดยไม่ต้องคำนึงถึง ผลกระทบต่อวัฒนธรรมของตัวเอง การยืดอกภูมิใจหนักหนาว่า เป็นเอื้องผู้เคารพผืนแผ่นดิน นั้น น่าจะกลับไปทบทวนดูเสียใหม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โอ๊ย... ยิ่งพิมพ์ ยิ่งเครียด ขอลาไปฟังเพลงของเธออีกซักรอบ ก่อนนอน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;em&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;สวัสดี ....&lt;/span&gt;&lt;/em&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110089218072589496?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110089218072589496/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110089218072589496' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110089218072589496'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110089218072589496'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_17.html' title='สับสน'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110088368223959327</id><published>2004-11-16T17:01:00.000Z</published><updated>2004-11-20T16:49:03.973Z</updated><title type='text'>ลูก</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/baby.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #000066 1px solid; BORDER-TOP: #000066 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #000066 1px solid; BORDER-BOTTOM: #000066 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/baby.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#330000;"&gt;ลูกกวนตัว ผัวกวนใจ&lt;br /&gt;จะจริงหรือเปล่า ฉันไม่รู้หรอก&lt;br /&gt;เพราะในชีวิต ก็เพิ่งจะมีแค่ผัวเท่านั้น เรื่องเขากวนใจนี่ ไม่เคยมี&lt;br /&gt;เห็นจะมีแต่ฉันเสียละมัง ที่กวนใจเขาอยู่บ่อยๆ&lt;br /&gt;ด้วยความที่ฉันตัวเล็ก(กว่าแม่ฮิปโปเล็กน้อย) เขาตัวใหญ่&lt;br /&gt;ความกวนใจของฉันที่มีต่อเขา จึงดูเป็นภาพที่น่าเอ็นดู (ฉันคิดเอาเอง)&lt;br /&gt;ท่านผู้ลองหลับตาคิดถึงผู้ชายตัวโตๆสิ ถ้าเขามากวนใจฉัน ภาพที่ออกมา ก็จะเป็นภาพชายกักขฬะ รังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางสู้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...พอๆๆ เลิกจินตนาการภาพนางเอกในนิยายของฉันเสียที...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มาคุยกันเรื่อง ลูกกวนตัว กันดีกว่า&lt;br /&gt;แต่งงานกันมา หลายปีอยู่ แต่ก็ยังไม่มีลูกไว้เป็นโซ่ทองคล้องใจเสียที&lt;br /&gt;คำว่าโซ่ทองคล้องใจ ฉํนก็ว่าเอาตามปากผู้ใหญ่ ที่เคยพูดๆไว้&lt;br /&gt;ฉันไม่รู้เหมือนกันว่า การมีลูกนั้น จะเป็นบ่วงร้ายรัดร่างให้แน่นหนา กวนทั้งตัวและหัวใจ ให้กระดิกไปทางไหนก็ไม่ได้&lt;br /&gt;หรือจะเป็นโซ่ทองคล้องใจ อย่างผู้ใหญ่บางคนว่าไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เพื่อนๆหลายคนก็มีลูกกันไป&lt;br /&gt;จริงสินะ&lt;br /&gt;เพื่อนเหล่านั้นสละคานก่อนฉันหลายปีอยู่&lt;br /&gt;มีลูกเป็นโซ่ หรือเป็นบ่วง ฉันไม่เคยคิดจะถามไถ่ กลัวคำตอบที่ได้ จะทำให้ฉันขนลุกซู่ ด้วยความสะพรึงกลัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เอาเป็นว่า ฉันภาวนาคุณพระคุณเจ้าทุกเช้าค่ำ&lt;br /&gt;ขอให้ลูก เป็นโซ่ทองคล้องใจฉันและสามีตลอดไป โดยไม่กลับกลายร่างเป็นบ่วงมารน้อยๆ ที่คอยกวนใจ และรัดพ่อแม่ให้หน้าเขียวก็แล้วกัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110088368223959327?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110088368223959327/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110088368223959327' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110088368223959327'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110088368223959327'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_16.html' title='ลูก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110087545755233499</id><published>2004-11-15T14:44:00.000Z</published><updated>2004-11-20T17:34:43.006Z</updated><title type='text'>ชีวิตคู่</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/married.2.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #660066 1px solid; BORDER-TOP: #660066 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #660066 1px solid; BORDER-BOTTOM: #660066 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/married.2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;***ชีวิตหลังจากแต่งงาน&lt;br /&gt;ผู้หญิงหลายคนอาจจะคิดหวั่นๆ กับคำๆนี้&lt;br /&gt;และผู้ชายหลายๆคน อาจจะกระหยิ่มกับคำๆนี้&lt;br /&gt;....สำหรับฉัน และสามี เราก็ยังคงเป็นเช่นเดิม แต่ความแรงหลายอย่างในตัว ลดลง&lt;br /&gt;ฉันเป็นคนขี้หงุดหงิด โมโหร้าย ก็หัดนับหนึ่ง ถึงร้อยให้บ่อยขึ้น&lt;br /&gt;สามีเป็นคนเย็นชา และเฉื่อยแฉะ ก็พยายามคึกคักและกระชุ่มกระชวยมากกว่าเดิม (ไม่ให้คึกคักได้ไง มีไม้เรียว คอยกระทุ้งหลังอยู่ หึ หึ)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉัน เคยเป็นคนขี้เกียจ ไม่มีระเบียบวินัย ...&lt;br /&gt;ฉันกลายเป็นคน รักการซักผ้า และล้างจานที่สุด ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;ถึงแม้ว่าความไร้ระเบียบของฉันยังคงเป็นเสมือนเพื่อนสนิท &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;...แต่ฉันก็มีความขยันเข้ามาผูกมิตรมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สามี เคยเป็นคนตระหนี่ และจู้จี้ในการใช้เงิน...&lt;br /&gt;สามีกลายเป็นคน ทำใจได้มากขึ้นเมื่อเงินบินออกจากกระเป๋า ...&lt;br /&gt;เปล่าเลย สามีฉันยังคงรักความมัธยัสถ์ (เพราะเรายังจน)...&lt;br /&gt;...แต่สามีฉัน รักฉันมากกว่า และตระหนักแล้วว่า *เงิน* ก็ซื้อรอยยิ้มของเมียได้ในบางเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราสองคนตระหนักดีว่า ชีวิตคู่ ไม่จำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงกันและกัน เพื่อกันและกัน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#000066;"&gt;การปรับตัว ยอมรับ และเข้าใจกันเท่านั้น ที่ทำให้คู่ไหนๆ ก็อยู่รอด&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#660000;"&gt;ป.ล.รูปข้างบน สอนให้รู้ว่า แม้แต่พญาราชสีห์ยังกลัวเมีย พวกเฮียๆ ควรปฎิบัติตามนะเคอะ!!&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110087545755233499?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110087545755233499/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110087545755233499' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110087545755233499'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110087545755233499'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_15.html' title='ชีวิตคู่'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110087239933753165</id><published>2004-11-14T13:53:00.000Z</published><updated>2004-11-20T18:12:34.210Z</updated><title type='text'>รัก</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/married2.2.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #660066 1px solid; BORDER-TOP: #660066 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #660066 1px solid; BORDER-BOTTOM: #660066 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/married2.2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#333333;"&gt;รักครั้งแรก เริ่มต้นในวัยแรกสาว รักแรกที่วูบวาบ หวือหวา นึกถึงทีไร ก็ตาลอยเมื่อนั้น&lt;br /&gt;เป็นรักที่ เต็มไปด้วยคำสัญญาต่างๆ นานา สัญญาว่าเราจะรักกันตลอดไป สัญญาว่าเราจะแต่งงานกัน มีลูก มีหมา (สูตรสำเร็จตายตัวของ ปั๊พปี้เลิฟ) เป็นรักที่ ใครก็ไม่สามารถขวางกั้นได้ เพราะโลกนี้มีแค่เราสองคน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#333333;"&gt;แต่รักครั้งนั้นก็จบลง ด้วยวัยที่เริ่มโตขึ้น และคิดได้ว่า รักแบบนั้น คงมีแค่ในนิยาย น้อยคู่นักที่จะสมหวังกับรักครั้งแรก&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#330000;"&gt;รักครั้งที่สอง ในวัยสาวฉกรรจ์ ครั้งนั้นมันลึกซึ้ง กินใจเหลือเกิน เป็นความรักที่มีการพูดคุย คิดถึงการสร้างอนาคต ร่วมกัน เริ่มไม่ใช่รักแบบเราสองคน มันเป็นความรักแบบ วงศาคณาญาติ (เลิฟมีเลิฟมายแฟมิลี่)&lt;br /&gt;รักครั้งนั้นก็จบลงอย่างปวดร้าว เพราะมันเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง หวังจะใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายคนนี้ หวังจะเป็นเมียที่ดี เป็นแม่ที่สมบูรณ์ หวังจะเป็นสะไภ้ได้ถ้วยรางวัล&lt;br /&gt;จบลง เพราะเราและเขา เริ่มต้นรักกันตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันและกันดีพอ เราตาบอด พูดเอง และคิดเองคนเดียว ระยะหลัง เราสองคนต่างรู้ซึ้งสันดานของกันและกันมากเกินไป จนรับไม่ได้ ทางออกจึงมีอยู่ทางเดียว คือ ทางใครทางมัน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#003300;"&gt;รักครั้งนั้น สอนเราหลายอย่าง สอนให้เราปิดตัวเอง ไม่ยอมรับความรักครั้งไหนๆ อีกแล้ว&lt;br /&gt;สอนให้เราทำร้ายผู้ชายหลายคน (ขอโทษจริงๆจ้ะ)&lt;br /&gt;ที่สำคัญ รักครั้งนั้น สอนว่า อย่าตาบอด อย่ารักแบบลุ่มหลง ไม่ว่าวัยไหนๆ มักจะเจอจุดจบที่แสนเศร้า เคล้าน้ำตาและขี้มูกอยู่เสมอ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#330033;"&gt;รักครั้งนี้ ในวัยสาวใกล้คาน ดูเหมือนจะเป็นไปตามตารางที่ขีดไว้ เริ่มจาก รู้จักกัน เปิดเผยต่อกันมากขึ้น ซื่อสัตย์ต่อตัวเองมากขึ้น ตัดสินผู้ชายคนนี้ ด้วยดวงตา และหัวใจที่เปิดกว้างกว่าเดิม เราคบกันไม่นาน เพราะเราเชื่อมั่นว่า การรักใครสักคนด้วยหัวใจ ด้วยสมองที่ผ่านการไตร่ตรองนั้น คงไม่ทำให้เราก้าวพลาดอีก เวลาทั้งหมดที่เหลือ เราจะอยู่ด้วยกันเพื่อพิสูจน์ ทั้งตัวเรา และเขา&lt;br /&gt;มันเหมือนการพนัน ที่ต้องมีการเสี่ยง แต่ก็เต็มไปด้วยความระมัดระวัง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#330033;"&gt;รักครั้งนี้ มีเสียงระฆังจากระเบียงโบสถ์ในวัด เป็นเสียงสวรรค์ป่าวประกาศ ว่าเราสองคนจะเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกัน ทดลอง และเรียนรู้การใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน&lt;br /&gt;รักครั้งนี้ มีเสียงพ่อแม่ พี่น้องร่วมข้างคอยให้กำลังใจ&lt;br /&gt;รักครั้งนี้ ทำให้เราไม่คิดที่จะทำร้ายใครอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:times new roman;font-size:130%;color:#cc0000;"&gt;&lt;em&gt;สัญญาจ้ะ&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110087239933753165?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110087239933753165/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110087239933753165' title='1 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110087239933753165'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110087239933753165'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_14.html' title='รัก'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110086122406292161</id><published>2004-11-13T10:47:00.000Z</published><updated>2004-12-05T22:55:59.686Z</updated><title type='text'>เรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ตอนจบ</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/father-and-son-lions.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #660000 1px solid; BORDER-TOP: #660000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #660000 1px solid; BORDER-BOTTOM: #660000 1px solid" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/father-and-son-lions.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:georgia;font-size:130%;color:#000066;"&gt;***จนกระทั่งเมื่อ 6-7 ปี ที่แล้ว ฉันกลับจากยิมกับหลาน&lt;br /&gt;บ้านเงียบ เงียบมากจนฉันใจไม่ดี ตะโกนเรียกแม่ก็ไม่มีเสียงตอบ มันเกิดอะไรขึ้น ไฟสว่างจ้าทั่วบ้าน ประตูก็เปิด แต่ ทำไมเงียบจัง ตั้งสติได้ ก็ได้ยินเสียงคุยกันเบาๆ ข้างบน ฉันก็ตามเสียงนั่นขึ้นไป เห็นแม่นั่งร้องไห้ เห็นหลานๆ กะพี่สะใภ้ยืนรอบๆเตียงพ่อ ข้าวของที่อยู่ในมือ หล่นกระจาย((แบบนางเอก)) วิ่งผมสยายเข้าไปหาแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;...แม่บอกว่า ดูพ่อจะไม่ไหว ในใจฉันตอนนั้น โกรธแม่มาก ทำไมไม่ทำอะไร ร้องไห้ทำไม (แทบจะเป็นทรพีกระชากแม่มาต่อย) ฉันวิ่งถลาจากชั้นบนลงมาข้างล่าง โดยที่ขาไม่แตะบันไดเลยซักขั้น เชื่อเลยว่า ตอนที่เกิดเหตุร้ายแรงจริงๆ พลังคนเรานี่มันมหาศาลนัก วิ่งสู้ฟัดไปบ้านลุง ให้เอารถออก เพราะพี่ชายยืมรถกลับเข้ากองทัพ พอเราวิ่งกลับมาบ้าน ก็เห็นพี่ชายอุ้มพ่อ (พี่ฉันผอมบางแบบนายทหาร ส่วนพ่อ เอ่อ...)ใส่ท้ายรถไป ก็บ้านเราไม่มีรถเก๋งนี่นา พ่อนอนจับมือฉัน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:georgia;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;แน่น หน้าพ่อเขียว แต่ปากบอกว่า พ่อไม่เป็นไร ไม่เป็นไรจริงๆ&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#666666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330000;"&gt;***ถึงโรงพยาบาล สายอะไรต่อมิอะไรก็มาเสียบ มาสอดในตัว พ่อเราต้องอยู่ในห้องไอซียู เป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330000;"&gt;***พ่อกลับมาบ้าน พ่อเริ่มเปลี่ยนไป เอาแต่ใจตัวเองมากๆ จนแม่เหนื่อยใจ แรกๆ ก็มีปากเสียงกันบ้าง แต่หลังๆแม่เงียบ คงเพราะไม่คิดว่าการมีปากเสียง จะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้น หลังๆ คนที่คอยดุพ่อก็เป็นฉัน พอฉันเสียใจ พ่อก็มักพูดว่า คนเราเกิดมา ต้องตายทุกคน อยากกินอะไร อยากทำอะไรก็รีบๆทำซะ ทำไมคิดแบบนี้ ?? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330000;"&gt;ฉันคิดว่าพ่อเห็นแก่ตัวมาก ตั้งแต่นั้นมา พ่อก็ต้องอยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด ต้องไปโรงพยาบาลทุกเดือน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330000;"&gt;จนฉันมีครอบครัว ฉันก็ยังไม่เคยลืมที่จะโทรหาพ่อแล้วถามว่า วันนี้แม่ทำอะไรให้กิน พ่อยังกินยาตามหมอสั่งมั้ย เดี๋ยวหนูจะหาวิตามินดีๆไปฝากพ่อนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;***วันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม ของปีที่แล้ว ได้รับโทรศัพท์ มิสคอลหลายหน ก็เลยโทรหาแม่ เสียงแม่ร้องไห้ บอกว่า พ่ออาการไม่ดีอีกแล้ว และครั้งนั้นดูเหมือนพ่ออาจจะไม่รอด คนข้างๆบอกว่า จองตั๋วกลับบ้านเถอะ อาจจะทัน แม่บอกว่า ถ้ากลับได้ อยากให้กลับไปดูใจพ่อ ระหว่างทาง12 ชั่วโมง มันโหดร้ายจัง รู้สึกเหมือนใจจะขาด ร่ำร้องถามตัวเองตลอดเวลาว่าจะทันไหม จนคนข้างๆ ต้องอดนอนมาคุยเป็นเพื่อน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;***พอถึงบ้าน ใจฉันแทบสลาย สภาพพ่อ ไม่ใช่คนอ้วนท้วนสมบูรณ์อีกต่อไป ดวงตาเหม่อลอย ฉันซบลงอกพ่อ น้ำตาเราสองคนไหล ครั้งแรก ที่เราเห็นผู้ชายคนนี้ร้องไห้ แม่บอกว่า หมอช่วยได้แค่นี้ เส้นเลือดในสมองตีบ พ่อเป็นอัมพฤกษ์ ทำได้แค่รักษาตามอาการ และ ควบคุมอาหาร (เหมือนอย่างที่หมอหลายๆคนที่ไปหา บอกไว้ เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว) แต่พ่อไม่เคยแม้แต่จะเก็บมาคิด เพราะพ่อ ดื้อ หรือเห็นแก่ตัว ??&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#663333;"&gt;***ระหว่างที่ฉันอยู่ดูแลพ่อ ฉันได้เห็นถึงความรักของเมียที่มีต่อผัว แม่ไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย เอามันทุกทาง ทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อเดินได้อย่างเก่า แม่อ้างว่า ถ้าพ่อเดินได้ แม่ก็ไม่เหนื่อย แต่ฉันรู้ว่าลึกลงไปนั้นคือแม่รักพ่อเหลือเกิน เกินกว่าที่จะให้ความตายพรากแม่และพ่อออกจากกันได้ (อยากเป็นเมียแบบแม่จัง)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:georgia;"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;strong&gt;...จนวันนี้ พ่อเดินได้ แต่ สมองพ่อไม่เหมือนอย่างเก่า... &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;strong&gt;...จนวันนี้ เรายังถามตัวเองว่า ถ้าพ่อรักเรา รักแม่ และรักตัวเอง พ่อก็คงจะเชื่อหมอ และคงไม่เป็นอย่างนี้ ...&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;&lt;strong&gt;...วันนี้ ฉันขอสัญญากับตัวเองว่า ฉันจะไม่ยอมไม่รักตัวเอง อย่างพ่อเด็ดขาด... &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;embed pluginspage="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=" src="http://203.150.224.138/musicart//newmusicstation/eadfootbaht/dadletter.swf" width="0" height="0" type="application/x-shockwave-flash" quality="high" bgcolor="#ffffff"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/embed&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110086122406292161?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110086122406292161/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110086122406292161' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110086122406292161'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110086122406292161'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_13.html' title='เรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ตอนจบ'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-9226346.post-110085990717132293</id><published>2004-11-12T10:25:00.000Z</published><updated>2004-11-24T17:54:25.313Z</updated><title type='text'>เรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง</title><content type='html'>&lt;a href="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/640/father1.jpg"&gt;&lt;img style="BORDER-RIGHT: #660000 1px solid; BORDER-TOP: #660000 1px solid; MARGIN: 2px; BORDER-LEFT: #660000 1px solid; WIDTH: 336px; BORDER-BOTTOM: #660000 1px solid; HEIGHT: 220px" height="218" src="http://photos1.blogger.com/img/64/2392/320/father1.jpg" width="678" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ชายคนนั้นคือ *พ่อ* ของฉันเอง &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;&lt;strong&gt;พ่อเป็นผู้ชายที่รักฉํนมากที่สุดในโลก ตั้งแต่เล็ก จนโต พ่อไม่เคยแม้แต่จะเงื้อมือตีฉัน &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;&lt;strong&gt;ทุกครั้งที่ขัดใจ พ่อจะทำได้แค่ ดุเบาๆว่าทำไมลูกดื้อแบบนี้ ฟังกันบ้างสิ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;หลายครั้งฉันทำร้ายจิตใจพ่อ แต่พ่อก็ไม่เคยพูดให้ฉันเสียใจเลย&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;พ่อ เป็นผู้ชายปากแข็งที่สุดในโลก พ่อไม่เคยแสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้า หรือคำพูดแม้แต่เพียงครั้ง&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;ใครต่อใครมักจะพูดเสมอว่า พ่อรักฉันขนาดแทบจะกลืนไว้ไม่ให้ใครเห็น &lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;หลายๆคนว่าไว้ ตอนเล็กๆ ฉํนช่างเป็นลูกพ่อเสียเหลือเกิน หน้าหงิกตลอดเวลา เชิดหยิ่ง และไม่คบเพื่อนฝูง (ก็ฉันลูกพ่อนี่นา)&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;พอเริ่มโต ความหวง และห่วงของพ่อ เริ่มมีมากขึ้น มันเหมือนเป็นแม่เหล็กคนละขั้ว ที่คอยผลักฉัน และพ่อให้ห่างออกจากกัน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;แต่เอาเถอะ เรื่องความรักของฉันและพ่อ คงต้องใช้เวลานานในการเขียน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;วันนี้ ฉันขอเล่าเรื่องที่ฉํนสะเทือนใจที่สุดก่อนก็แล้วกัน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="font-size:100%;color:#660000;"&gt;&lt;strong&gt;...จริงๆ เรื่องมันนานมาแล้ว แต่อยากเล่า ให้เป็นอุทาหรณ์แกชนรุ่นหลัง ว่า *อย่ากินไม่เลือก* &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#663333;"&gt;&lt;br /&gt;...นิสัยพ่อ เป็นคนโปรดปรานการรับประทานอาหารยิ่งนัก อาหารที่พ่อชอบ เป็นอาหารฮ่องเต้ ((สมัยไหน??))พ่อชอบกินหมูสามชั้น พะโล้ แกงกะทิ ไก่ย่าง(เป็นตัวๆ)ต้มจืด จับฉ่าย ขาหมู มันย่องล่องลอย ของหวานก็ไม่แพ้กันเลย คือ ทุเรียน ทองหยิบ ทองหยอด หม้อแกง เม็ดขนุน ฝอยทอง และฯลฯส่วนหนึ่งคาดว่ามาจาก การปลูกฝัง(แบบคนบ้านนอก) ว่า อาหารเหล่านั้น เป็นอาหารขึ้นโตะของผู้มีอันจะกินเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#cc33cc;"&gt;...ส่วนหญิงแม่ ก็ยังใช้ชีวิตเดิมๆ ยึดติดอยู่กับปลาซิว ปลาสร้อย ปลาแห้ง ปลาเค็ม นัยว่า อาหารพวกนี้แหละเป็นแหล่งรวมเหล่าแคลเซียม ในขณะที่หญิงแม่ซดแกงเลียง เผ็ดร้อน พ่อฉันก็ง่วนงุดอยู่กับต้มพะโล้หม้อใหญ่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;***ในวันที่คนมีอันจะกิน เกิดไม่มีอะไรจะรับประทาน หญิงแม่ ก็โขลกน้ำพริกกะปิ สนั่นซอย เก็บผักข้างรั้วมาจิ้มน้ำพริก&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000099;"&gt;---ส่วนป๋า ก็ยังคงยึดมั่นถือมั่นกับไข่เจียวกากหมู ร้อนๆโปะบนข้าวสวย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;อ้อ ลืมบอก หญิงแม่ชอบซื้อข้าวกล้องมากิน ส่วนพ่อฉัน เชิ่ดใส่ ก็ข้าวสีแดงๆเหล่านั้นน่ะ คนคุกมันกิน ((พ่อฉันหยิ่ง))&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330033;"&gt;...ส่วนฉัน เกิดมาท่ามกลางความสับสน ฉันชอบกินของมัน แต่ขณะเดียวกัน ก็ชอบกินปลาซิวปลาสร้อย เรียกได้ว่า เข้าฝูงไหน ไม่เคยอด เพราะกินได้ทุกอย่าง จริงๆ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;จนมาวันหนึ่ง ... ข่าวไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ก็มาเยือนครอบครัวอันอบอุ่น เมื่อ สิบกว่าปีที่แล้ว พ่อมีอาการ คันคะเยอะ เป็นแผลเปื่อยหายช้า และขยายวงกว้าง &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;เวลาเข้าห้องน้ำทีหลังพ่อทีไรก็มักจะแอบเอ็ดพ่ออยู่ในใจว่า พ่อซกมก ฉี่ไม่ราด ปล่อยมดขึ้นโถ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;**พ่อไปหาหมอ ด้วยสาเหตุจากไอ้แผลนั่นไม่ยอมหาย บทสรุปที่ได้คือ พ่อเป็น โรคเบาหวาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;+++หมอสั่งงดอาหารฮ่องเต้ ทุกชนิด หันมารับประทานอาหารฮองเฮา(แบบฉบับหญิงแม่) แทน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330099;"&gt;พ่อทุรนทุราย คล้ายๆจะลงแดง แต่ก็หวาดกลัวหญิงแม่เล็กน้อย เลยจำต้องยอมกินอาหารที่หญิงแม่ทำ พลอยทำให้ฉันและน้อง เกิดอาการลงแดง เพราะอดขนมหวานตอนกลางคืนไปด้วย (น้องชายหนักกว่า เพราะถอดแบบมาจากพ่อเป๊ะ)&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;****จากนั้น พ่อก็ไม่เคยแตะข้าวเช้าที่บ้าน ด้วยการอ้างว่า ต้องรีบไปทำงาน มารู้เอาทีหลังว่า จริงๆแล้วพ่อรีบออกจากบ้านแต่เช้า เพราะไปฟาดโจ๊ก ปาท่องโก๋ ตบด้วยกาแฟร้อนที่ชงใส่นมข้นประมาณ ครึ่งแก้ว บางครั้งก็ไปกินต้มเครื่องในข้างโรงหนัง ซึ่งลูกค้าร้านนั้น ก็ล้วนแต่รุ่น เฮฟวี่เวททั้งนั้น+++แม่รู้เข้า ก็น้อยใจ แต่ก็สงสารพ่ออยู่เหมือนกันที่ต้องทนกินอาหารแบบไร้คลาส เลยทำได้แค่แอบถอนหายใจ และเก็บปากเงียบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;...ฉันและแม่ไม่เคยรู้เลยว่า การที่เราไม่พูด จะเป็นการทำร้ายพ่อด้วยอีกทางหนึ่ง ...&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;---เพราะ อีก 2-3 ปี ถัดมา หมอพบว่า พ่อมีปัญหาเรื่องความดันเลือด คลอเรสเตอรอลสูง แถมด้วยหัวใจก็ไม่สู้ดี &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;---พ่อเริ่มตระหนัก งดกินทุเรียน และของหวาน แต่ของคาว ก็ยังคงเป็นปัญหา เพราะถึงแม้พ่อจะไม่นำอาหารพวกนั้นเข้าบ้าน พ่อก็ยอมออกไปหามันเอง((คล้ายๆกับการแอบไปหาเมียน้อย))&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;***การงดของหวานเหล่านั้น ทำได้แค่การควบคุมระดับน้ำตาลเท่านั้น ส่วนไอ้เจ้าก้อนไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือดมันหายไปได้ไง ในเมื่อพ่อยังโซ้ยเครื่องใน แทบทุกเช้า&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;***แต่พ่อก็ยังเป็นพ่อ ไม่เคยพูด ไม่เคยแสดงอาการเจ็บป่วยให้เห็น พวกเราเลยไม่คิดว่าจะมีเหตุร้ายแรงใดๆเกิดขึ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#330000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#333333;"&gt;&lt;em&gt;ต่อพรุ่งนี้นะคะ ...&lt;/em&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;EMBED src="http://203.150.224.138/musicart//newmusicstation/pun/dad.swf" quality=high bgcolor=#ffffff  WIDTH=0 HEIGHT=0 TYPE="application/x-shockwave-flash" PLUGINSPAGE="http://www.macromedia.com/shockwave/download/index.cgi?P1_Prod_Version=ShockwaveFlash"&gt;&lt;br /&gt;				 &lt;/EMBED&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/9226346-110085990717132293?l=ink-land.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://ink-land.blogspot.com/feeds/110085990717132293/comments/default' title='Post Comments'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=9226346&amp;postID=110085990717132293' title='0 Comments'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110085990717132293'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/9226346/posts/default/110085990717132293'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://ink-land.blogspot.com/2004/11/blog-post_12.html' title='เรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง'/><author><name>Sea_Silk</name><uri>http://www.blogger.com/profile/04190294986023067473</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
